zantaluzia's profileLearning from the past -...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 27

    sunrise @ dalian

    ตีหนึ่ง..... แทง เข้าไป เอ้าแทงงเข้าไป
    ตีหนึ่งกว่า.....ปีนรั้ว
    ใกล้จะตีสอง.....อืม เป็นแม่หมออีกแล้วตู
    ตีสี่...... ยังคงเพียรตรากตรำดูดวงให้ผู้อื่นต่อไป
    ตีสี่ สี่สิบ.....เฮ้ย ถ่ายรูปพระอาทิตย์กันเถอะว่ะ
    ตีห้า......ตั้งตารอดูพระอาทิตย์ท่ามกลางลม ยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
    ตีห้า สิบ..... ยืนมองพระอาทิตย์ดวงกลมโผล่หลังเขาอย่างช้าๆ
    หกโมงเช้า ... ยังคงเดินเตร่ เก็บสาหร่าย กับผองเพื่อน ชาวต้าเหลียน
     
    ว่าไหม
    ไม่ว่าจะที่ไหน
    พระอาทิตย์ดวงกลม
    มันยังคงขึ้นโผล่ทักทายยามเช้า
    และลาลับไปในตอนเย็น
    มันยังคงทำหน้าที่มันต่อไปเหมือนทุกวัน
    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
    แค่แลดูสวยงามกว่าทุกวัน
    (อ่ะ หรือเพราะกูตื่น ไม่ใช่สิ ไม่ได้นอนแล้วได้ดูมันวะ)
     
     
    April 25

    ความรู้สึกบนหนึ่งหน้ากระดาษ

    โอ๊ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่า อีกเดือนหนึ่งจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    และไม่น่าเชื่อเลยว่ากูจะได้อัพไดมาเกือบสองอาทิตย์ได้แล้ว

    พรุ่งนี้เหล่านักผจญโลก นักเรียน นักศึกษา

    และจะนักอะไรก็ตามก็คงเริ่มกระจัดกระจายตัวกันไป

    ตามทางเดินที่พวกเขาจากมา

    พรุ่งนี้พี่ผึ้งก็จะกลับสู่มาตุภูมิแล้ว แม้เป็นการเดินทางที่กระชันชิด

    และฉุกระหุกนิดหน่อยก็ตาม ซึ่งรู้ก่อนไม่ถึงอาทิตย์ว่าจะกลับอย่างเร็ววันทันด่วนเช่นนี้

    ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงมีแต่การเลี้ยงส่ง สังสรรค์

    กินเหล้าพอเป็นกระสัย และฉลองพอกรุ่มกริ่มกันไป

    มันก็สนุกดีการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพูดคุยกันตามประสาคนที่เริ่มสนิทกัน

     แต่หลายสิ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปหรือป่าวกูก็ยังไม่รู้

    คนที่สนิทอาจจะกลายเป็นอื่นก็ได้ใครจะไปรู้

    เซ็นที่แรงกล้ากูจะถูกหรือผิดหรือป่าวไม่อาจคาดเดา

    หรือกูกำลังอุปทานไปเอง

     มันน่าหงุดหงิดใจเล็กน้อยที่อาการเหล่านี้เริ่มกลับเข้ามาทุกครั้งที่เริ่มมีความสุข

    ความสุขที่กำลังหอมกรุ่น

    แท้จริงแล้วกูนี่แหละโรคจิต ที่คิดว่า

    ตัวเองรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ 

    ต่อไปและต่อไปมันอาจจะดีขึ้นมั้ง ถึงตอนนี้พยายามไม่คิดไปให้ไร้ประโยชน์

    พยายามยิ้มหัวเราะ หน้าชื่นตาบาน แต่บางครั้งก็โดดเดี่ยวอยู่ลึกๆ

    (บ้างบางอารมณ์)

      มึงจะพร่ำเพ้อพรรณาไปให้ได้พระแสงอะไร

    ในเมื่อรอบกายกูก็ยังมีคนเป็นห่วงใยอีกมาก

     เอาเถอะๆๆขอจารึกและบันทึกเอาไว้ในนี้ เผือว่าวันไหนที่กูมาเปิดอ่าน

    ความรู้สึกนั่นอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ได้ 

    จงยัดยืนกับความเป็นตัวเอง

    และเก็บเกี่ยวความสุขของชีวิตให้มากที่สุด

    เรื่องอื่นคง ปล่อยไปตามหัวใจ

    ให้มันหายไปกับลมแรงที่ต้าเหลียน

     

     

    ปล. ตัดสินใจไปทิเบตละค้าบ

    ปล++ แฮปปี้เบริดเดย์เพื่อนเจี๊ยบ

    April 16

    เรือ่ยๆ

    โอ้ววววววว สเปช
    นานแค่ไหนแล้วที่กูไม่ได้พิมพ์เป็นเรื่องเป็นราว ณ ที่แห่งนี้
    เรื่องราวในชีวิตของเด็กอ้วนคนนึงในต้าเหลียน
    ยังไม่เคยถูกบอกเล่า และจารึกไว้ในหน้าของมึงเลยสักครั้ง
    เอาล่ะ วันนี้ขอมาเปิดประเด็น... เรื่องไรดีละ
    แม่งไม่รู้จะเขียนเรื่องอันใดที่น่าสนใจ
    ป่าวประกาศได้แค่เพียงว่า ชีวิตของกูนั้นยังคงสุขสบาย
    มีเพียงความร้อนใจ และร้อนวิชา เมือไรจะได้ผงาดกับเค้าเสียที
    ใช่เลย พอพูดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    ที่กูไปมีเรื่องกับอาอี๊ เฝ้าหอข้างล่าง
    มันเป็นเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ที่ชอบโวยวายด่าคนไปทั่ว
    เปิดประตูเข้าหอก็ด่า "เพราะฝุ่นเข้า"
    ควาย เอ๊ย มันมีเครื่องจับละอองฝุ่นหรอ
    มันจะมีประตูไว้ทำเหี้ยไร ถ้าไม่ให้คนเปิดเข้าออก
    ทำกับข้าวอยู่ในห้องครัวกันเยอะ ก็หาว่าปาร์ตี้
    บนว่าพื้นสกปรกทั้งที่ไฟยังปิดอยู่
    แล้วมันมีแม่บ้านไว้ทำถอกเถือกไร
    อะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้กูรู้สึกเริ่มรำคาญใจ
    อยู่ๆวันอาทิตย์ ก็เรียกพวกกูออกไปด่า (สะงั้น)
    เสียงดังไปทำไม กูได้ยินอยู่แล้ว
    อะไรก็ช่างเถอะ ณ เพลานั้น กูไม่สนไรอยู่แล้วนิ
    ยิ่งฟังยิ่งน่ารำคาญ พูดเป็นอยู่แค่ คำงูๆปลาๆ
    ความรู้แบบชูบี พื้นฐานที่ร่ำเรียนมา
    มีเท่าไรก็ ตะคอก ตะโกน แม่งกลับไปเลย
    พุดจีนก็ไม่ได้ มันช่างอึดอัดเสียนี่กระไร
    จีน ไทย อังกฤษ ควยอะไรก็ปนๆ แม่งไป
    ทีอย่างนี้ละ สงบ เชียวมึง เจอพวกกู ไม่สิ
    เจอกู ขึ้นเสียงให้หอแตกสะบ้าง มันถึงเงียบ
    ห่าเหวไรกูก็ยอม ปิดหอเร็วกูก็เข้าเร็ว
    ให้ทำความสะอาด กูก็ทำ
    ห่านจิก ยิบย่อย หยุมหยิมอะไรก็ปล่อยให้ผ่าน
    แต่นานๆมากๆ กูรำคาญ เฟร้ย
    "ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด"
    คิดว่าเรื่องราวจะจบ เนื่องจากมีทูตเจริญสัมพันธไมตรีมาคุยตอนเช้า
    ที่ไหนได้ ตกบ่าย ยังมีอาอี๊อีกนางนึง
    มาดักรอกู กวย ส้นตรีนไรก็ไม่รู้
    ปืนไรเฟิลกูจึงถึงยิงออกไปหนอ่ยนึง
    ถ้าแปลออกหมด คงเป็นระเบิดขวด
    ยังไม่ถึงกับนิวเคลียร์
    ไอ้ห่า อาอี๊นั่น เหมือนกับหนังจบ อารมณ์ไม่จบ
    เรื่องราวเกิดขึ้นเพียงสองคน
    แล้วนี่ มันเกี่ยวอะไรหว่า ... ร้อนตัวฉิบหาย
    มันไม่จบ กูก็จะไม่จบ แสด
    แต่ด้วยขีดจำกัดทางภาษา ไอ้คนหัวแข็งเยี่ยงกู
    กูเลย ต้องจบ เพราะล่ามกูเหนื่อย
    มิเช่นนั้น สเปช แม่งคงยาว
    เอาเถอะ ประสบการณ์ นานๆที
    วุ้ยยยย เหนื่อย
    April 13

    ohhhh mind

    what 's happen in thailanddddd
    April 07

    จะได้ไม่ลืมกัน(นะพี่น้อง)

    กลสุดฟ้า ก็ไม่สามารถกั้นเรา
    แค่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ
    แต่การ…ได้รักเธอ นั่นคือของสำคัญกว่า
    และมันมีค่ามากเกินกว่าสิ่งไหนไหน

    ฉันขอสัญญา… จะจำทุกเรื่องราว
    ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
    ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
    เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ…จะได้ไม่ลืมเธอ

    ปลายขอบฟ้า กับระเบียงที่เราเคย
    นั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน
    ต้นไม้…ต้นนั้น จะดูแลรักษามัน
    แทนความคิดถึง เมื่อเธอไม่อยู่ตรงนี้

    ฉันขอสัญญา จะจำทุกเรื่องราว
    ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
    ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
    จะจำเธอไว้ และรักเธอไป…อย่างนี้

    โปรดจงมั่นใจ ฉันขอสัญญา… จะจำทุกเรื่องราว
    ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
    ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
    เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ…จะได้ไม่ลืมเธอ
    จะได้ไม่ลืมเธอ..

     

     

    ps" กูแค่ชอบ อยากดูว้อยยยยยยยย

    April 02

    dong le

    รู้แล้ว
    เข้าใจแล้ว
    แน่ใจแล้ว
    ...แล้ว
    มันคงไม่ใช่
    ก็เท่านั้นเอง
    กรึ๋ยๆ
     
     
     
     
     
    โหมด : ฝ่าฟัน พยายาม <อยากพูดได้คล่องๆ>