| Profilo di zantaluziaLearning from the past -...FotoBlogElenchi | Guida |
|
26 giugno ห่ะ มันมาแล้วววววววววววววววน่าสะพรึ่งเสียนี่กระไร
น้อง....แดง กูมาแล้ววววว
หลังจาก น้องเค้าหายตัวไป
ได้เกือบปี อาจจะมากกว่าปี
แล้วน้องก็มาปรากฎกายให้เห็น
อยู่ในสภาพร่างไม่ค่อยสมบูรณ์นัก
น้องแดง เธอ ดูซูบบาง
เหลือแต่เยื่อใย มาให้
ส่วนมากน้องแดงจะปรากฎให้เห็น
เวลาเยี่ยว และช่วงทำความสะอาดเท่านั้น
5555555
ดีที่น้องยังมีแค่เยื่อใย
เพราะพี่ก็ขี้เกียจ ดูแลเช่นกัน
แม้ใครจะว่า
มันอาจจะอันตรายได้
ถ้าพี่ไม่ใส่ใจหันมาดูแลว่าน้องแดงจะมาหรือเปล่า
แต่พี่คิดว่า นี่มันอิสระดี
ที่ไม่ได้เจอน้อง
เพราะพี่ไม่ต้องคอยเป็นห่วงใยของน้อง
วันหนึ่งเกิดน้องร้องไห้ เลือดสาดขึ้นมา
พี่คงเครียด และไม่สบายตัว
23 giugno The Last time ........... with my bandByeNior ได้จบลงไปแล้ว....
พร้อมกับความทรงจำที่ดี
หลังจากที่เหมือนว่าซวยซ้ำ ซ้อน ซ่อนเงื่อน
ตั้งแต่เลื่อนงานบายเนียร์
จากปลายเทอม หน้าหนาวเร้าอารมณ์
มาเป็นเมื่อวานนี้
แถมยังต้องมาเล่นตอนหน้าฝนสะนี่ . . .
ถ้าเกิดเจอฝนอีกเหมือนงานแต๊งพี่
ก็นะ หมู่หรือจ่า เราจะได้รู้กัน
ทั้งเรื่องไอ้วอจะออกจากวง
เพราะติดพันธะแสนหนักหน่วง
เรื่องน้องเมย์เข้าโรงพยาบาล
ขี้แตก อาหารเป็นพิษซ้ำซ้อนสองวัน
จึงมาเป็นคอรัสให้กับวงไม่ได้
และอะไรต่างๆมากมาย
อ่อ ทั้งยังเป็นช่วงที่เพื่อนผองก็เริ่มทำงานกันแล้ว
นึกว่าแต่ละคนจะมากันไม่ได้สะแล้ว
ปีสุดท้ายที่ต้องผ่านอุปสรรคนานับประการ
รวมถึงตัวกูด้วย ที่เริ่มจะหมดไฟ
ตอนประสบกับบางสิ่งบางอย่าง
เอาละสิ ความกลัวมันก็ต้องเกิดขึ้นบ้าง
เพราะเล่นงานดนตรีที่มหาลัยทีไร
มันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างสิน่า
เริ่มซวยมาตั้งแต่ขึ้นปีสอง... 55
โดนแซงคิวบ้าง เล่นวงสุดท้ายบ้าง
เพื่อนไม่อยู่ดูบ้าง นั่นไมมี นี่หาย
สารพัด แต่พวกเราก็เล่นกันมาจนถึงวันนี้
หน้าด้านจริงๆเลยเนอะ.......
คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่คงได้รวมตัว
และเล่นกับ My Band ที่ถือว่าเป็น
Really Band เลยล่ะ
ตัวจริง เสียงจริง ปราศจากเงื่อนไข
ไม่ใช้สลิง หรือ สตั๊น แทน
คิดอยู่ตั้งแต่เช้าว่า งานสุดท้ายคราวนี้
กูจะดวงซวยอีกหรือไม่.......
อุส่าต์ปัดเป่าเตือนเพื่อนผอง กรุณาอย่าใส่สีเขียวมานะ
น้ำหวานเล่นหอบเสื้อสีเขียว(เขียวแบบเขียวเหี้ยๆ) มาสะเลย
(วันนี้ขอถือเคล็ดสักวันเถอะน่า)
สุดท้าย ต้องยอมแพ้ต่อคำพูด(ปนด่า)กู "ไม่ใส่ก็ได้วะ"
จนมาถึงตอนใกล้จะเล่นคอนเสริต
อีโบนัสยังมาไม่ถึง....เอ่อ รอน้องแอมมมม
แว๊ก แม่งนี่.... แฟนมึงไม่มีตีนเดินมาเรอะวะ
แต่กูก็ต้องเข้าใจ พยายามใจร่มๆเข้าไว้
หากปัดไปให้วงอื่นขึ้นก่อน รับรอง
คงได้อยู่หลังๆอีกเป็นแน่แท้
โชคดี มีรายการน้องปีสามเต้นขั้นเวลา
เลยได้ยื้อเวลาไปอีกหน่อย
จบจากเต้น ยังมีฉายสไลด์ต่อ แล้วค่อยเป็นวงกู
โอ้วแหมน ดีจริง
แถมยังมีคนเตะปลั๊กหลุดอีก เสียเวลาต่อไฟ
นี่ๆนั่นๆ อยู่นาน ถึงค่อยฉายสไลด์ โชคเข้าข้างกูจริงๆ
พอจบสไลด์ปุ๊บ อีโบนัสก็เข้าหอประชุมพอดี
เป๊ะๆๆๆๆๆ แม่ง โชคดีจังวุ้ยยยยยยย
(อ่อ อีกนั่นแหละ ที่โดนจัดอยู่ในหอประชุมแทนจะเป็นสนามบาส)
แล้วกูก็ได้เล่นเป็นวง 3 โดยมีเพื่อนๆทุกๆคน
อยู่รอดูพร้อมหน้า ไม่มีใครหนีกลับไปก่อน
.... ดีใจเว้ย ที่เพื่อนยังอยู่ครบ
เพราะหลังจากปีหนึ่งมาแล้ว
ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนทนรอดูวงเราได้อีกเลย
แล้วพวกเราก็เริ่มต้นวอร์มด้วยเพลง อยากร้องดังๆ
งานนี้หน้าม้าเยอะมากๆ แน่นอน กูวงปีสี่วงเดียวนิ
รุ่นน้องอะไรก็ช่วยๆ กันออกมา
ต่อด้วยเผลอ ตามด้วยGirlfriend
สมใจอยากตามเป้าประสงค์ของคุณวอ
หน้าม้า น้องๆ และผู้ชมทั้งหลาย
ช่วยกันตบมือตามจังหวะ ช่วงท่อนพัก
เพื่อนหลายคนอาจจะไม่รู้
แต่กูที่ยืนอยู่บนเวที โคตรจะสุขเลยวะ
เพิ่งจะได้สัมผัสกับความเป็นคอนเสริตจริงๆจังๆก็วันนี้
มองเห็นทุกคนตบมือตามจังหวะ
ยืนร้องเพลง (ได้บ้างไม่ได้บ้าง)
แบบนี่ แหละ ที่อิฉันต้องการ.......
ต่อด้วยเพลงที่สี่ Smell like teen spirit
น้ำหวานออกมาร้อง
อีกนั่นแหละ ที่กูเล่นแทบจะไม่พลาดเลยสักเม็ด
(นานๆครั้ง จะมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงสะด้วย 55 )
ปิดท้ายด้วย Faint + Toxic
โคตร จะปิติ กูมันส์มากๆ
แม้ข้างหน้าคงจะไม่ได้ยินเท่าไร
ไม่รู้ว่าพวกกูร้องเหี้ยไรหรือเล่นอะไรออกมา
หรือ ร้องเพลงไปงั้น เป็นหน้าม้าที่ดี
ในขณะที่ซึ่งกูรู้อยู่เพียงว่า
วันนี้เป็นวันที่กูรู้สึกอย่างเต็มที่ที่สุด
ไม่มีอะไรติดค้างใจแต่อย่างใด
อิ่ม....และโอเคกับทุกสิ่งที่ออกมาในวันนี้
(หลังจากที่เล่นเหี้ยๆกันมาหลายปีดีดัก)
งานที่สมกับความรู้สึก ของการทิ้งท้าย
ก่อนอำลารั้วมหาลัยแห่งนี้
ที่สำคัญ ขอบคุณเพื่อนๆที่มาดูพวกกูเล่น
แม้จริงๆอาจจะอยากมาแดกของฟรี (หรือป่าว)
หรือมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนธรรมดา
ไมได้จะอยากมาดู อีเหี้ยอ้วนนี่เล่นดนตรีสักเท่าไร
มันบังเอิ๊ญ บังเอิญ แท้ๆ
ขอบคุณ ไอ้ปุ้ยที่กล้าขึ้นมาเป็นคอรัส 55
นู๋หม่อม ที่ตั้งใจจะมาดูกูอย่างแรงกล้าและกลับบ้านไป
อีแอน ที่ไม่คิดว่าจะโผล่หน้ามาก็มา ยอมทิ้งรักมาหาเพื่อน
ติ๊ดตี่ ที่ยอมฉายเดี่ยวมาดูพี่สาวคนนี้
น้องเมย์กับพลังใจเต็มร้อย ขอให้หายไวๆ
และใครอีกหลายๆคนที่ไม่ได้เอ่ยถึง
(นุ่น อ้วน ตาล ส้ม พลอย....บลาๆ และรุ่นน้องที่รู้จักทุกคน)
รวมทั้งสหายผู้อยู่ร่วมทุกความเคลื่อนไหวไม่เคยเปลี่ยน
กอลั่ม และ นังมด
น่าเสียดายถ้ารัสอยู่ก็คงดี
สุดท้ายที่ขาดไม่ได้
เพื่อนร่วมทาง.....โบนัส น้ำหวาน เดียร์
ที่ทำให้เกิดวงนี้ขึ้น ไม่อย่างนั้นชีวิตในรั้วมหาลัยกูคงซบเซาไร้สีสัน
กูสนุกมากที่ได้เล่นกับพวกมึง
ถึงพวกเราจะไม่ใช่วงที่เก่ง แต่พวกเราก็หน้าด้านเว้ย 55
ไว้ไปสร้างเสียงหัวเราะ และความบ้าบอในห้องซ้อมกันอีก
ถึงคุณวอ ขอบใจหลายที่ยอมมาเล่นด้วยกัน
ทำให้พวกเราที่ไม่ค่อยเต็มกลายเป็นวงที่สมบูรณ์เสียที
วูปปี้ ...............
เฮ้อ........
ส่วนตอนนี้ขอไปรักษาคอก่อน
เนื่องจาก สะบัดหัวเป็นชาวร๊อกมากไปหน่อย
ทำเอากูปวดคอก้มแทบไม่ได้
แถมเจ็บคออีกต่างหาก
แฮะๆ ปลดปล่อยความมันส์เกิน เอิ๊กๆๆ
Bye Bye Senior
Bye Bye Silpakorn
ปล. เมื่อไรหนอจะส่งเมลมา รออยู่ๆ
20 giugno The HappenningThe Happenning หรือชื่อไทยแสนเพราะ อะไรเกิดขึ้นกับกูว่ะ
(ตั้งให้แม่งเอง ชื่อไทยกูไม่รู้)
นั่นสิ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันล่ะวะ .. . . . .
อยากรู้ก็เข้าไปดู เหอๆ โปรโมตหนังให้เค้าสะงั้น - -
เรื่องราวของหนัง ก็ตามสไตน์ใส่ไฟ ((ซายฟาย = ไอ้ทรายแม่งโง่))
ลี้ลับ ซับซ้อน หึ๋ยยยยยยย
หลอนจิตเล็กๆ
อยู่ดีๆ มนุษย์โลกเป็นเชี้ยไรกันไปหมด
สมองกลับ หยุดชะงัก ทำร้ายร่างกาย ฆ่าตัวตาย สะงั้น
คราวนี้ เหล่า ผู้คนทั้งหลายก็หนีตายกันอลหม่าน
เพียงลมพัดวูบเบาๆ แม่งก็บ้ายกฝูง
เอ วัง ก็ว่าไป .......
ต้นต่อของทั้งหมดก็คือ
ธรรมชาติลงโทษ ไอ้พวกมนุษย์นั่นเอง
ทำให้เกิดปรากฎการณ์อันน่าพิศวงนี้ขึ้น
สำหรับหนังเรื่องนี้ . . .
นับว่ามีความน่าสนใจอยู่
เป็นไปได้หรือเป็นไปไมได้ไม่รู้
เพียงแต่เค้าก็ต้องการสื่อถึงภัยที่เราไม่รู้
การทำร้ายธรรมชาติ
การเห็นแก่ตัว
การปล่อยสารพิษ
และอะไรต่างๆมากมาย
ที่ส่งผลกลับมาสู่ตัวมนุษย์ต้นตอแห่งความชั่วทั้งมวล
เหมือนเป็นการกำจัดประชากรที่ล้นโลก
ว่าง่ายๆ จัดการไอ้พวกหนักโลกนี้สะ
ตรงไหนแม่งอยู่กันเยอะ หนาแน่น ก็ให้แม่งตายๆกันไปสะ
โลกมันจะได้เบามากขึ้น...(น่าจะมาพัดแถว...)
น่าสนใจดีนะ ถ้าวันหนึ่ง
ธรรมชาติเกิดหันมาเล่นงานเราอย่างไม่ทันตั้งตัว
หนังออกจะเป็นแนวสะท้อน
เกี่ยวโยงกับสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
ที่มวลมนุษยชาติใกล้สูญสิ้น เพราะน้ำมือตัวเอง
กูว่าเค้าอาจจะเอาแนวคิดจากประเด็นนี้มาด้วยก็ได้
และเอาสิ่งที่มนุษย์ยังไม่สามารถให้คำตอบได้
มาใช้เป็นจุดหลอนของเรื่อง
ไม่ได้แว้ ไม่ได้ว๊าก อย่างหนังผีให้ตกใจ
แต่ใช้ความเงียบ และความรู้สึก ผสมกับบรรยากาศ
สร้างอารมณ์ร่วมเข้าไป
ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์
แบบนี้ขึ้น
ดังเรื่องของหนัง
"เกิดไรขึ้นฟ่ะ"
คุณจะทำยังไง......
เอาไป สี่กระโหลก
18 giugno มนุษย์ผู้อยากรู้ชีวิตกูก็เรื่อยๆ เปื่อยๆ
ดำรงอยู่ กิน เที่ยว นอน ซ้อมดนตรี
เจอเพื่อน สังสรรค์
ตามชะตาของมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง
และทุกวันของชีวิต
ที่เกือบกลายเป็นกิจวัตร
แน่นอน
กูต้องมาเปิดมึง...
คอมฯคู่ชีพ
เปิดเวปไซต์
เล่นเน็ต
เอ่อ.....กูต้องการมาเขียนเรื่องไรกันแน่ฟ่ะ
ตัดบท รวบรัดมาดีกว่า
ทุกๆวันที่มานั่งดูสเปชกู
รู้หรอกว่าไม่มีใครมานั่งเปิดอ่านของกูแน่นอน
มีอยู่ไม่กี่ตัวหรอกที่มันจะเปิด
ก็มึงไง กูรู้ว่ามึงอ่านอยู่ชิมิ
แต่นอกเหนือจากบรรดาเพื่อผองของกูแล้ว
ทุกๆวัน ที่จะขาดไม่ได้คือ
มนุษย์ปุถุชน คนหนึ่ง
ที่มักจะเสริทข้อมูล
และบังเอิ๊ญ บังเอิญ มาป๊ะกับสเปชกู
และคำยอดฮิตเพียงไม่กี่คำที่จะมาเจอกูได้
นั่นคือ
"คลิปเสียว"
นั่นสินะ เพียงแค่คุณพิมพ์คำว่าเสียวๆ
บรรดานักอยากเสียวก็จะเสริท
มีให้เห็นได้ทุกๆวัน
จากหลักฐานบนหน้าจอกู
เพียง พิมพ์ว่า คลิปเสียวๆ เท่านั้น
แหม อินเตอร์เน็ตมันช่างง่ายดายเสียจริง
ไอ้ที่พิมพ์ๆ มา ไม่ได้มาต่อว่านักชอบเสียวหรอก
เพราะกูเองก็อยากรู้อยากเห็น
ในบรรดาคลิปเหล่านั้นเหมือนกัน
กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่มาตั้งข้อสังเกตดูเท่านั้นเองว่า
ทุกวันนี้บนโลกของเรา
คงมีบรรดามนุษย์ผู้อยากรู้อยากเห็นมากมาย
เสริทเอ็นจิ้น เข้าออกเวปไซต์หลายล้าน
กับเรื่องที่ต้องเหนียมอ๊ายอาย
ปกปิดซ่อนไว้ มาหาดูเอาแถวหน้าเวปไซต์
ก็นีแหละ หนา มนุษย์นี่ว่า
ปุถุชน ผู้อยากรู้อยากเห็น
เอ่อ ว่าแต่ กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ว่ามันเห็นอยู่แท้ๆว่า เป็น สเปชไลฟ์
ก็เสือกจะกดเข้ามาเนอะคนเรา
ตอนนี้ใครอยากเข้าสเปชกู โดยไม่ต้องคลิกจากหน้าเอ็ม
ง่ายๆ เพียงแค่เสริทคำว่า คลิปเสียว
คุณก็จะส่งตรงมาหาเราอย่างง่ายดาย
จบข่าว 17 giugno Ohhhh Yessssอย่าหลอกกันน้า
อ่ะ อ่ะ
อย่ามาหลอกกัน
ให้กูดีใจเล่นนะเฟร้ยย ยย ย ย
วิ้วววววววววว
อดทน
ต่อไป
เย่ๆๆ
ใกล้ความจริง 13 giugno "ทุกข์ของชาวบ้านวันนี้"ป๊าดดดดดดดดดดดดดด
อยู่ๆ เจ๊ก็โทรมาหา แอบแซวเล็กๆ
ว่า
" เฮ้ย ไอ้เต็ม มึงไปด่าอะไรแท๊กซี่ออกทีวีวะ
เดี๋ยวแม่งไม่ให้มึงขึ้นหรอก "
แว๊กกก ไอ้กูก็ว่าอยู่แล้นนนนน
แต่ไม่คิดว่าจะมีใครเห็น
ภาพหน้าบานๆของกูออกทีวี
ก็เจ้ากรรมมีสถานีโทรทัศน์
Money Channel
มาสัมภาษณ์กูสะงั้นละ
เห็นกูเดิมจ้ำอ้าวไม่คิดชีวิต
ทีแรก กูก็เห็นผู้ชายตากล้องยืนอยู่
สักพักมีแท๊กซี่จอด หญิงสาวพร้อมไมค์กระโดดลงจากรถ
แล้วไงละ เหยื่อรายแรกก็เสือกเดินผ่านมา
นั่นคือ.....กูเอง
แม่งเหงื่อก็ไหล จมูกก็บาน
เหนื่อยหอบ แถมต้องตอบคำถาม
กูก็ ให้สัมภาษณ์ๆๆไป ไม่ได้อะไร
สถานีไม่ดัง ไม่มีใครเห็น ไม่มีคนรู้จักดู
คิดว่าเดี๋ยวๆแม่งก็ตัดภาพกูออกเองละ
บ๊ะ ที่ไหนได้
ดันมีเจ๊เด่น ได้ดูสะนี่ กร้ากกกกกกกก
แถมก่อนตัดเข้าสัมภาษณ์กู
ยังบอกอีกว่า
"เรามาฟังทุกข์ของชาวบ้านวันนี้กันนะค่ะ"
กรี้ดดดดดดดดดด
ใครทุกข์กับมึง ห่ะ กูไมได้ทุกข์
กูสบายดี โว้ยยยยยยย
ทุกข์ของเต็มสิริวันนี้
ตึ่ง ดึ่ง ดึ่ง ดึง ดึ่ง ดึง ดึง(เสียงแบบกระจกหกด้าน)
แถมไม่มีการตัดทอนบทสัมภาษณ์ใดๆของเต็มสิริออกไป
พูดตั้งแต่ต้นจนจบ และมีกูคนเดียว!!!
มันไม่ได้ถามคนอื่นเรอะ เวร....
08 giugno สะบายดี หลวงพระบางสะบายดี๋
เอ้อ สะบายดี
เพิ่งตบเท้าเข้าโรงหนังสดๆร้อนๆ ณ เมเจอร์ปิ่นเกล้า
กับเรื่องราวของหนุ่มสาว ใน สะบายดีหลวงพระบาง
หรือ ว่าง่ายๆ สวัสดีหลวงพระบาง
อะหึ อะหึ จิตใจมุ่งมั่นมานานว่าจะต้องดูให้ได้
เนื่องจากมีความหลังครั้งเก่า กับลาวที่เพิ่งกลับมา
อารมณ์มันยังค้างๆคาๆอยู่ในหัว
คิดถึงลาวฟ่ะ คิดถึงคนที่บังเอิญไปเจอที่ลาวด้วย
ฮิ้วววววววววว
ใครที่เพิ่งไปลาว หรือเคยไปลาวมา ก็คงจะมีอารมณ์แบบนี้
อยากจะดูฉาก บรรยากาศของเมืองลาวที่เราไปสัมผัส
ว่าถึงเรื่องหนังกันดีกว่า
จริงๆ ที่อยากดูเรื่องนี้เพราะ "ลาว" เลย แต๊ๆ
แต่สำหรับตัวหนังยังไม่ให้ความรู้สึกอิ่มเท่าที่ควร
การแสดงฉากของประเทศลาว
แม้จะพยายามพรีเซ็นในช่วงแรก แต่ก็น้อยไป
แรกๆ จะเหมือนพยายามจะบอกประวัติ ความเป็นมา
แนวสารคดีของสถานที่
ไม่ว่าจะเป็นเวียงจันทร์ หลวงพระบาง ปากเซ ก็ดี
มันให้ภาพและบรรยากาศของสถานที่ น้อยไปหน่อย
ชื่อหนังบอกว่า สะบายดีหลวงพระบาง
ฉากกลับไมได้เน้นไปที่หลวงพระบาง
หรือจริงๆ เค้าอาจจะหาคำนิยามให้กับหนังเรื่องนี้
เลยใช้หลวงพระบาง คงฟังดูดีกว่า
ที่จะเป็น สะบายดีเวียงจันทร์ หรือ สะบายดีปากเซ เป็นแน่
บวกกับการจัดฉากของภาพยังไม่ค่อยสวยนัก
ตอนดู เบื้องหลังทางโทรทัศน์ทำสวยมั่กมาย
โลเกชั่น การทำสีภาพ โห สวยเชียว
พอมาดูในโรง แล้ว ทำไมมีแค่ฉากพูสีที่สวย
ดูดีกว่าของจริงเสียนี่
จะว่าไป แม้ฉากจะไม่ได้มากมาย หรือไม่สวยอย่างใจคิด
แต่มันก็ทำให้กูคอยชี้พูดคุยกับไอ้ตาลได้ว่า
เฮ้ย นี่ไงวะ ที่เราผ่าน
เฮ้ย ตรงนี้ไงที่อยากเข้า
เฮ้ย แม่ง บลา บลา บลา
มันก็ยังเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนความรู้สึกให้นึกถึงสถานที่ที่ผ่านมาได้ ส่วนเรืองความรักของทั้งสอง
ยังไม่ได้มีจุดพ้อยแสดงความรักของทั้งคู่
เพียงโอเค รู้สึกดีต่อกัน แบบเป็นนามธรรมที่เราต้องรู้
สรุป ทั้งเนื้อเรื่อง ความรัก บรรยากาศ การดำเนินเรื่อง
ยังขาดความเข้มข้นอยู่
น่าเสียดาย หากผู้สร้างหนังเรื่องนี้
ได้พยายาม เน้นความเข้มข้นด้านใดด้านหนึ่งไป
หนังคงจะสมบูรณ์มากขึ้น
ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า
กูจะผิดหวังหรือเสียดายเงินกับหนังเรื่องนี้นะ
กลับกัน กูก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายเงินที่ดูไป
เพราะหนังมันก็ดูได้เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อ
ตัวละครก็น่ารัก ใสๆ นักแสดงหน้าใหม่เกือบหมด
นางเอก คำลี่ ก็น่ารักดี อิอิ ชอบบบบบบ
มีมุขเล็กๆน้อยๆ ทรอดแทรก ปนๆ เข้ามา
เพราะทางผู้สร้างเองก็คงพยายามสร้างความเป็นธรรมชาติ
ของลาวเอาไว้ด้วยเช่นกัน
เอาเป็นว่า ฉ้านชอบบบบบบ เพระฉ้านคิดถึงคุณคิม ก้ากกกกกก
(เกี่ยวกันไม๊ฟ่ะ เนี่ย)
และคิดถึง วังเวียง ด้วยยยยยยย
อยากกลับไปอีกกกกก
ให้คะแนนไป สามดาวครึ่ง สำหรับเรื่องนี้
ชะเอิงเอยยยยยย
"อีกหนึ่งปีมาเจอกันที่เดิม ถ้าแต่ละฝ่าย
ยังคิดถึงและจำกันได้อยู่"
แว๊กกกกกก
อีกหนึ่งปีของฉัน
จะได้มาเจอเหมือนคำพูดบ้างไม๊น่อ
ปล คุณ เค้า ยังอยากจะดูหนังเรื่องนี้อยู่ม่ะวะ หึ๋ยยยย 05 giugno Agendaข้าพเจ้า
ไอ้เต็ม...ของเพื่อนๆ
ขอประกาศกร้าวเอาไว้เลย
ว่า.......
ก่อนวันเกิดกูปีนี้
กูต้องชนะ
ในสิ่งที่กูแพ้มันมาโดยตลอด
กูจะต้องทำในสิ่ง
ที่ทั้งชีวิตของกู
ไม่เคยได้สัมผัส
มาครอบครอง
ให้จงได้
กูจะต้องชนะ
กูจะต้องชนะโว้ยยยยยยยยย
วะฮ่าฮ่า 03 giugno พรหมลิขิต ขีดไว้ให้เหี้ยเดินอยู่ๆ วันนี้กูเป็นห่า อะไรสักอย่างนี่แหละ
เกิดนึกถึงช่วงชีวิตตลอดระยะเวลาเกือบ 23 ปีของกู
(จริงๆมันก็นึกมาตั้งนานแล้วละ
ด้วยความที่คนมันว่างจัด
เลยมานั่งพิมพ์ บ้าๆบอๆ นี่) จากความเป็นเด็กวัยสดใสร่าเริง (ที่เคยร่าง)ผอมบาง
จนเติบใหญ่โตเป็นหมีขั้วโลกอ้วนพี
ระยะเวลาเพียง 2 ทศวรรษนี้
กูได้ผ่านพบประสบเจอกับอะไรต่างๆมากมาย
โดยเฉพาะ "มนุษย์โลก" สัตว์สปีชี่หนึ่ง
ที่ถ่ายทอดกรรมพันธ์ให้มันเดินได้ มีสมองโต
ตาอยู่ข้างหน้า หายใจทางจมูก ไร้คลีบ
มนุษย์โลกมากมาย ที่ไม่รู้ว่ากี่ตนละ
ที่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับชีวิตกู
สัมพันธภาพมากหรือน้อยต่างกันไป
เสมือนนักเดินทางที่ออกผจญภัย
ตามหาขนแกะทองคำ
(หรือมึงอยากจะตามหาอะไรก็เรื่องมึง)
ในระหว่างเดินทางเค้าก็ได้เจอกับเหล่าผู้กล้า
และกลายเป็นเพื่อนร่วมทางกันไป
แต่การเดินทางตามหาขนแกะทองคำในครั้งนี้
อาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
(เพราะเดี๋ยวเรื่องราวมันจะจบเร็วเกินไป)
ระหว่างเดินทางพวกเขาจะต้องเจอกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย
บาดเจ็บ ล้มตาย เกิดมิตรภาพ ความรัก ฯลฯ
บ้างก็อาจ ฆ่ากันตายระหว่างทาง
และแล้ว เมื่อถึงทางแยกหนึ่ง
จุดหมายปลายทางของแต่ละเส้นทางอาจต่างกันออกไป
สุดท้าย เหล่านักเดินทางก็ต้องเลือกทางเดินของตน
แม้กระนั้น ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่า
เส้นทางต่อไปข้างหน้า
อาจทำให้เหล่านักเดินทางกลับมาพบกันอีกครั้งหรือไม่
หรือบางที ก็อาจจะหายจากกันไปตลอดกาล
....
......
..........
...............
อืมมมมมมม
แล้วกูก็นั่งนึกถึงคำว่า "พรหมลิขิต"
(มิใช่เหี้ยมดนะและไม่ใช่ บิ๊กแอสด้วย)
คำๆนี้ ที่ไม่ต้องมีนัยยะของความรัก
ทว่าหมายถึง การที่เราได้พบเจอใครสักคน
เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนของเพื่อน
แฟนเพื่อน ผัวเพื่อน พะเพื่อน เล่นเพื่อน ฮึ๋ยยยยย (ไม่ใช่ละ)
ใครบางคนที่เป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน
ใครบางคนที่มิเคยพบกันมาก่อน
แต่แล้วบางสิ่งก็ทำให้พวกเขาได้รู้จักกัน
(น่านนน แต่เราก็หากันจนเจอ)
หรือ บางสิ่งนั้นจะเป็นอย่างที่ ทีโบน กล่าว
มันคือ "แรงดึงดูด" (ยิ่งเขียนยิ่งเพ้อเจ้อนะเต็มสิริ)
ที่ทำให้คนสองคนได้มาอยู่ในแนววงโคจรเดียวกัน
หลายครั้งที่กูได้ออกเดินทางไปที่ต่างๆ
โรงเรียน มหาลัย บ้าน ห้าง โรงงาน บาร์เกย์
ต่างประเทศ อะไรก็ช่างมัน ฯลฯ
กูได้เจอผู้คนหลากหลาย
ที่มาจากสถานที่ที่ต่างกันออกไป
ต่างคน ต่างเวลา ต่างสถานที่
แต่ได้มาพบกัน ณ บนจุดองศาหนึ่งบนโลก
ได้พบเจอพูดคุย รู้จักกัน แม้มันอาจจะไม่ยาวนานเท่าไรนัก
หรือ อาจจะได้สานสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนต่อไปข้างหน้า
แต่ท้ายที่สุดอย่างน้อยเราก็เคยได้พบ
กับคนๆนึง ที่มาอยู่ในความทรงจำ
โดยมีไอ้ที่กูพยายามหาคำนิยามให้มันว่า
"พรหมลิขิต" นำพาให้มาเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน
หรือจริงๆ แล้วมันเป็นเพียงแค่ "สถานการณ์" เท่านั้น
ที่บีบบังคับให้มันต้องได้ทำความรู้จักกัน
ถึงตอนนี้ ผู้คนที่เป็นพรหมลิขิตของกู
ก็คงได้เจอ พรหมลิขิต ของตัวเองอยู่เช่นกัน
และแล้ว.........
เมื่อพรหมลิขิตขีดไว้ให้เหี้ยเดิน
เหี้ยก็ต้องเดินตามทางที่ขีดไป
(ไร้สาระ -*-)
จบข่าว
ปล. แรงบันดาลใจส่วนหนึ่ง มาจากผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
01 giugno save trip...
......
..........
.............
................
อืม.........
ไม่รู้จะเริ่มยังไงแฮะ
วันนี้ไปปาร์ตี้บ้านไอ้ตาลมา
หลังจากชักชวนเพื่อนฝูงอยู่นานสองนาน
แล้วเราก็รวมมาได้ 14 ชีวิต
ผู้อยู่รอดที่เหลือ 555
ว่าจะไปช่วยตาลจัดบ้านแต่บ่ายก็ติดพันธะกิจ
กว่าจะได้ออกก็ปาไป เกือบหกโมงเย็น
นั่งรถปุ้ยอยู่ดีๆ โทรศัพย์ก็ดังขึ้น
เป็นเบอร์โทรศัพย์ สาธารณะ
"hallo tem"
อืม....กูว่าแล้ว.....
ไม่วันนี้แล้วจะวันไหนละ
หลังจากตั้งรับมา 2 วันเสือกไม่โทรมา
ปล่อยให้กูตื่นเต้นอยู่นาน แทบอยากจะกรี้ด
สมองรีบฟื้นฟูภาษาอังกฤษด่วน
ดันอยากจะเจอกูวันนี้
เพราะต้องเดินทางพรุ่งนี้ตอนเช้าแล้ว
อยากจะแหกปากตะโกนดังๆ
"ว่าทำไมต้องตอนนี้ด้วยฟร่ะ"
แอบรู้สึกสับสน และมึนงง ว่าควรทำไงดี
เพื่อนกูก็มาอยู่ ณ บ้านตาลเรียบร้อย
สุดท้าย แน่นอน กูต้องเลือกผู้ชาย - -
กะว่า คงจะเจอแป๊ปๆ แล้วคงแยกย้ายกลับหาเพื่อนสาว
มาบ้านตาลเวลา 1 ทุ่ม
มีเวลาอีกเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงต้องไปข้าวสารอีก เตรียมข้าวของ แป๊ปๆ 2 ทุ่มไปแล้ว
ขอกูตด ก่อนได้ม้ายยยยยยยยย
หายใจหน่อยก็ยังดี ลนไปหมด
บึ่ง รถไปกับไอ้ปุ้ย ลากไอ้ตาลตามหลังมาอีก
พอมาถึง เบอร์เกอร์คิง กูมาสายไปเกือบ 30 นาที
ปะหลกๆ ขอโทษขอโพยกันไป
แต่พี่แกก็เพิ่งมาเมื่อ 5 นาทีที่แล้วเหมือนกัน -*-
ต่างคนก็ต่างขอโทษ เฮียแกก็ขอโทษที่นัดช้า
ขอโทษที่ทำให้รอ โทษที่เพิ่งโทรมา - -
นั่น นี่ๆ โว้ยยยยยย แล้วทำไมไม่อยู่ต่ออีกวันล่ะฟ่ะ
แต่ด้วยคำพูดของพี่แก ที่ว่า
อยากจะมาเจอพวกเรา โอ้ว ซาบซึ้งจริงๆ
พอกูจะไปซื้อน้ำแดก พี่แกเลยยกน้ำให้กูแดกสะเลย
โธ่... จะหาเวลาไปคิดประโยคสนทนาสักหน่อย
แล้วเฮียเค้า ก็เสนอมา......
อยากหาที่นั่งคุย ดื่มเบียร์ วิ้ววววว เต็มสิริ จัดไป
ผู้หญิงอย่างเรา พร้อมเสมอ รอเธอสนอง - -
ซื้อเบียร์ถูกๆข้างทาง
กับ บรรยากาศ ณ สวนสันติ
เวลามันก็ผ่านไปเร็วแฮะ แป๊ปๆ ก็เกือบ 4 ทุ่ม
นั่งคุยกับเฮียแกไม่เท่าไร
แต่ก็พอได้รู้จักกันมากขึ้นบ้าง (หรอ)
เอาว่ะ แต่ก็รู้ว่าทำงานอะไร อยู่ไหน อายุเท่าไร
ฮื่อ....ส่วนใหญ่เป็นคำถามจากทางบ้าน
ความสงสัยทั้งมวลที่เฮียแกถามมา
ยูนิฟอร์มนักเรียน ในหลวงของเรา และเสื้อเหลือง
รวมถึงเรื่องการเมืองที่แม่งประท้วงตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
มีคำถามง่ายกว่านี้อีกม้ายยยย
ตอบยากฉิบหาย อย่างกับประกวดนางงาม
ท่าทางเหมือนเฮียแกยังอยากจะคุยกับพวกเราต่อ
(กูก็อยากจะคุยกับมึงต่อเหมือนกันนั่นแหละ)
เอ๊ะ หรือกูคิดไปเอง
ชวนไปปาร์ตี้ อยากไปแต่ก็ห่วงเพื่อนเค้าอีก
หรือพูดตามมารยาทรึไม่ข้อยก็บ่ฮู้
สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายกันไป เฮ้อ....เศร้าจิต
พอกลับมาบ้านตาลเพื่อนบางคนก็เริ่มกลับบ้านกันแล้ว
รู้สึกดี และดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอกัน ทั้งเพื่อน ทั้งคุณคิม
แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยดีเท่าไรด้วยวะ
มันเหมือนวันนี้กูไม่เต็มที่อะไรสักอย่าง
จริงๆ อยากทุ่มเวลาวันนี้ให้กับเพื่อน และงานปาร์ตี้หมด
และ วันที่จะไปสังสรรค์กับเฮียเค้าให้เต็มคราบ
วันนี้กับเพื่อนบางคนยังไม่ทันได้ทักทายกันเลย
ดัน บ๊าย บาย ตอนกลับสะแล้ว กู *-*
บางคนพูดคุยยังอยู่แค่วลี ไม่รวมเป็นรูปประโยคด้วยซ้ำ
กรี้ดดดดดดดดดดดดด
ทำไม มันต้องชนกันด้วยแฟร้
แอบคิดอยู่แล้วว่า มันจะต้องชนกันแน่ๆ
ถ้าเกิดเฮียแก เกิดพิสดาร ทะลึ่งโทรมานัดวันเสาร์
แต่ก็ไม่คิดว่าจะนัดมาชนเวลาตรงกันขนาดนี้
ทำอะไรไม่เต็มที่สักอย่างเลยกู
ต้องเลือกทำทั้งสองอย่าง
รู้สึกผิดต่อเพื่อนสาว และ เสียดายเวลา
ที่จะได้ร่วมพูดคุยกับเพื่อนๆ และ คุณคิมเค้าอีก
ใครจะเข้าใจความรู้สึกหนูบ้างเนี่ยยยยยยย แว๊ก
ดีที่ยังเหลือผู้อยู่รอดอีก 5 คน
หน้าเดิมๆ ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ณ เกาะหมาก
เหล่าตัวตั้งตัวตีทั้งหลาย ที่ว้อนอยากจัดงานปาร์ตี้เหลือเกิน
ตัวแม่ ที่อยู่ร่วมจนจบท้ายของงาน
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกู
....
.......
...........
อย่างว่า
งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา(จริงๆด้วย -*-)
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะขอรับ คุณคิม
แล้วกูก็เอามารวมเรื่องจบจนได้ หึ๋ย
ปล. วันนี้ขอเบี่ยงประเด็นหน่อยวุ้ย
ปล1. ถึงเวลาแล้วที่ Double P คงจางหายไปตามกาลเวลาจริงๆ
ปล2. สะบายดี หลวงพระบาง - - - - อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคค
|
|
|