zantaluzia's profileLearning from the past -...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 28

    สารจากชั่งไฮ้ ฉบับสาม

    วันนี้ด้วยความว่างทำให้เรามาเจอกัน อีกครั้ง
    หือออออออออ
    จะมาตอบจดหมายจากทางบ้านเสียหน่อย
    คำถามที่อิฉันมักจะถูกถามเสมอ
    เมื่อมาเยือนที่เมืองชังไฮ้ แห่งนี้คือ
    "ไปทำอะไรที่เซียงไฮ้"
    ข้าพเจ้า เต็มสิริ ของทุกท่าน
    จะขอไขกระจ่างให้ทราบโดยทั่วกันเลยว่า
    "กู มาแข่งโอลิมปิก ที่จะถึงนี้
    แต่ขอมาพักซุ่มซ้อมที่เซียงไฮ้ก่อนไปปักกิ่ง
    โปรดส่งกำลังใจมาเชียร์กูด้วย
    แม้จะเชียร์อยู่ทางบ้านก็ตาม
    เปิดไปทุกช่องที่มีกีฬายิมนาสติก น่ะ
    กูแข่งตัวพลิ้วอยู่
    แต่เห็นว่า โค้ช จะจับกูไปแข่งยกน้ำหนักด้วย
    เพื่อให้ร่างกายกูแข็งแรง
    หนักหน่วงกว่าเดิม
    เผื่อจะได้เหรียญทองกับเค้าบ้าง"
    ส่วนคำถามที่เจอทอมเกาหลีที่นี่ถามก็คือ
    "บ้านกูมีช้างหรือป่าว"
    ด้วยความสงสัยของชาวเกาหลี
    เพราะมันเสือกดูองค์บากมากไป
    แถมยังชอบ จีจ้า ในช็อกโกแลตอีก
    มันเลยคิดว่า คนไทยเลี้ยงช้างอยู่ทุกครัวเรือน
    กูเลยต้องขอไขกระจ่างความสงสัยให้มันไปว่า
    "บ้านกูไม่มีช้าง เค้าไม่ได้มีช้างกันทุกบ้าน
    แต่บ้านกูขี่หมูล่าสัตว์
    ดำรงสังคมแบบ ฮันติ่ง เกรตุริ่ง"
    (เขียนไงฟ่ะ ลืม)
    เฮ้อ ที่นี้มันจะได้เข้าใจพวกเราถูกเสียที
    หวังว่า กูจะไขกระจ่างให้แก่ทุกท่านได้
    ขออำลา
    July 27

    สารจากชั่งไฮ่ ฉบับที่ ฉองงงงง

    โอ้ววววววว กูเพิ่งกลับจากหางโจวมาหมาดๆ
    เมื่อวันนี้นี่เอง ชะเอิงเอยยยยยยยยย
    นั่งรถไฟสายด่วนไปชั่วโมงฟ่าๆ
    ขอบอกว่า รถไฟที่นี่เจริญหลายๆ
    รวดเร็วกระชับสั้นทันใจ
    กระชับสั้น มันยังไงกัน กู
    อย่างกับนั่งอยู่บนเครื่องบิน ดูดีมากๆ
    ถ้าชั้นแบบหวานเย็นบ้านเรา
    ก็นะ พอกัน
    วันนี้อัพสั้นๆ ได้ใจความ
    เพราะกูเขีนไดหมดไปหลายหน้าแล้ว
    ขี้เกียจบิ๊ว ณ เพลานี้ หึหึ
    แม้ว่ากูจะไปหางโจว อันเป็นเมืองที่ศิวิไล แล้วก็ตาม
    แต่กูก็ไม่พ้นที่จะ กลายเป็น
    หางโจว ว้าวววววว
    แข่งกับ แคลิฟอเนีย ว้าววว
    เดิน และเดิน และ เดิน
    เดิน เกือบจะรอบทะเลสาบซีหู
    หูววววว เลยครับ ถ้าเดินรอบ
    กูคาราวะ
    มันกี่กิโลฟ่ะ แต่ใหญ่มากก เดินชิลไปเรือ่ย
    เดินไปวัด เดินไปนั่น เดินไปนี่
    เดินทุกวัน ก็คงหุ่นงาม
    เฮ้อ เล่าไรดีล่ะ
    เอาเป็นว่า แม้ว่าผู้คนที่นี่
    ค่อนข้างจะเหมือนเห็นแก่ตัว
    ชีวิตรีบเร่งตลอดเวลา
    ไม่ค่อยมีระเบียบ
    ต้องตะโกนคุยโทรศัพท์
    ชอบเสือก จนไปถึงไว้ขนจั๊กกูแร้ยาว
    ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า สังคมมันทำให้เค้าเป็นแบบนั้น
    แต่สิ่งดีๆ ที่กูเห็น ก็คือ
    อะไรดีล่ะ กร้ากกกกกก
    อ่อ รู้ละ
    เค้าตรงต่อเวลามากๆ
    จะนั่งรถไฟไปต่างจังหวัดที กูต้องวิ่ง
    ไม่เหมือน อีฉ่ำ อีแฉะ บ้านเรา
    แล้วอีกอย่างตอนนี้เค้าเริ่มรณรงค์ ช่วยโลกร้อนแล้ว
    ตั้งแต่การงดใช้ถุงพลาสติกในทุกๆที่
    กล่องข้าวก็เป็นกล้องกระดาษ
    ซื้อของก็ไม่ให้ถุง ต้องเตรียมมาเอง ไม่งั้นเสียเงินค่ะ
    แบบ โอเคเลยล่ะ
    รณรงค์ไม่ใช่แค่ปากอย่างบ้านเรา
    ที่มีถุงเต็มไปหมด
    คนที่นี่ใช้รถจักรยานกันเยอะมาก
    ทั้งสกูเตอร์ และจักรยานมอเตอร์
    มีเลนสำหรับรถพวกนี้โดยเฉพาะ
    น้อยมากที่จะเห็นคนขับมอเตอร์ไซค์
    ลดมลพิษ และประหยัดน้ำมันอีกต่างหาก
    อีกอย่าง จะเดินทางไปไหนมาไหน
    ก็สะดวกสบาย รถไฟฟ้าไปถึงเกือบทุกที่
    ในราคาเริ่มต้น สามหยวน
    ตกประมาน สิบห้าบาท
    เดินทางได้เกือบรอบเมือง
    แค่ตั๋วรถไฟฟ้าใบเดียว แม่งสารพัดประโยชน์
    เอาไปใช้ในซุปเปอร์มาเก๊ต
    จ่ายค่ารถเมล์
    จ่ายค่ารถแท๊กซี่ได้อีกต่างหาก
    รถไฟแม่งวิ่งตั้งแต่บน ใต้ดิน ยันบนฟ้า
    แม้เค้าจะมีสิ่งปลูกสร้างมากมาย
    ตึก และ ตึก และ ตึก
    แต่ก็สร้างได้อย่างรวดเร็ว ไม่หมกเม็ด
    เป็นแสนล้านปีอย่างบ้านเรา
    สงสัยคงโกงกินน้อยกว่ามั้ง
    เอ้อ เริ่มขี้เกียจจะอัพ
    เรื่องราวมันเยอะ
    ส่วนใครที่ถามถึงผู้ชายหล่อๆ
    กูอยากจะบอกว่า กูก็หาอยู่เหมือนกัน กร้าก
    คนเกาหลี ญี่ปุ่น ที่นี่เยอะมาก
    เริ่มจะแยกกับจีนไม่ค่อยออก หัวดำ ทั้งนั้น
    เอ่อ แต่คนจีนแม่งจมูกโด่งวะ
    ไม่จุกบี้เหมือนกู
    สงสัย กูพันธุ์แต้จิ๋ว ผสมแคระ
    จุก กูเลยหาย ฮ่วยยยยยย
    สาวๆ ขาวเนียน
    ขับจักรยาน เห็นถึง จั๊มโบ๊ะ
    วิ้วววว แล้วจะถ่ายรูปมาฝาก
    กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    ไปดีกว่า
     
     
     
     
    ปล อยากแดกส้มตำ โว้ยยย แซ่บๆๆ
     
     
    July 25

    สารจากชั่งไฮ้ฉบับที่ 1

    ตอนนี้กูมาอยู่ที่นี่ได้เป็นวันที่สามแล้ว หึหึหึ
    เหมือนว่าเกือบจะเที่ยวครบแล้วละเนี่ย
    วันแรกที่มาถึงพี่สาวที่เลิฟกูเสือกมารับสายเกือบสองชั่วโมง
    ไม่รู้จักใคร ไม่มีเบอร์ที่นี่ ซวยครับ
    กูเลยต้องเอาเงินทั้งหมดไปแลกเป็นเงินหยวน
    ดั๊นนนนน ต้องแลกไม่ต่ำกว่าหมื่นหนึ่งอีก
    เฮ้อออรู้งี้แลกจากที่ไทยก็ดี
    แถมยังต้องโดนชาร์ทเพราะว่าต้องแลกจาก
    เงินไทย เป็นเงินดอล แล้วค่อยเป็นเงินหยวน
    หักไปตั้ง ร้อยหยวนแหน่ะ แสด
    หลังจากแลกเงินเสร็จ ก็ซื้อบัตรโทรศัพย์
    เอ่อ ขอบอกว่าที่นี่ แม่งไม่มีภาษาอังกฤษบ้างหรอไงวะ
    กูก็ต้องพยายามใช้ภาษาอังกฤษที่มีอยู่น้อยนิดให้เกิดประโยชน์
    รหัสบ้านเกิด ห่าไรก็หลงๆ ลืมๆ เอาความคุ้นผ่านตา
    กดไปเลยครับโทรกลับไปที่ไทย
    เพื่อให้คนทางไทยติดต่อพี่กูอีกที่ วุ่นวายไม๊ละ
    เติมมา ห้าสิบหยวน นาทีละ แปดหยวน แสดดด
    แปดหยวนแรกโดนกะเหี้ยไรก็ไม่รู้ตัดกูสะงั้น
    แล้วก็หายไปอีกแปดหยวนเพราะว่าไอ้ต้นรับเสือกไม่พูดหลับ
    แปดหยวนต่อมาหายไปเพราะโดนฝากข้อความ
    สรุปแล้วไปๆมาๆ กูเหลือเพียงแค่ สิบแปดหยวน
    โทรได้แค่อีกสองครั้งเท่านั้น ไม่งั้นต้องซื้อบัตรใหม่
    และแล้ว ที่พึ่งที่ดีที่สุด ก็ก็รับ
    แม่กูเอง ว๊ากกกกกกกก หลังจากพูดติดจรวด
    กูก็ไปนั่งเขียนไดอารี่เล่นๆ
    แล้วพี่กูก็มา สาเหตุ ตื่นสาย บวกกับ รถยางแตก
    เหอๆๆ วันแรกของอิฉัน
    แล้วก้เดินทางเข้าสู่เมือง ด้วยรถเมล์ของมันนี่แหละ
    ก่อนขึ้นรถ เจอเจ๊ผู้หญิง แต่ตัวงดงามมาก
    หน้าตาน่ารัก สักพักยกจั๊กกูแร้ขึ้นมา
    โอ้ววววว แม่ง ขนจั๊กกูแร้ ยาวเหี้ยๆ ไม่คิดเล็มบ้างหรอไงห่ะ
    อยู่ที่นี่มันก็ไมได้แปลกอะไรสำหรับกูมาก
    แต่อาจมีบ้างเล็กน้อยกับการถูกมองตลอดเวลา
    เช่นตอนกินจะมีคนมาจ้อง
    เจ๊กาญบอกว่า เค้าจะดูว่าเรากินอะไรแล้วจะกินตาม
    ห่า คิดเองไม่เป็น กระเพราะเดียวกับกูเรอะ
    หรือกูถ่ายรูปไปนั่งถ่ายกับพื้น
    เค้าก็พูดว่า ทำไมต้องถ่ายท่านั้น มุมนั้นอะไรแบบนี้
    เออ สงสัยคงแปลกจริง
    โอ๊ย เยอะแยะ
    แต่ที่แน่ๆ กลับไปกูคงเป็นโรคปอด
    ที่นี่สูบบุรุษ เหอๆ บุหรี่ เยอะมากกกกกกก
    ทุกสถานที่ทั้งที่รโหฐาน และนอกรโหฐาน
    ห้องแอร์อะไรก็สูบ ห้องอาหารก็สูบ
    ตายๆๆๆ กูตาย แถมยังต้องดูชายจีนไม่ค่อยหล่อ
    ถอดเสื้อกินข้าวตามที่สาธารณะ ดาดดื่น
    กูชอบตั๋วรถไฟฟ้าที่นี่เสียจริง
    แม่งโคตรสะดวก ใช้เป็นตั๋วรถไฟฟ้าก็ได้
    จ่ายค่าแท๊กซี่ก็ได้ ตามพวกมินิมาร์ทก็ได้อีก
    เริ่ดค่า บัตรเดียวคุ้ม
    เมืองที่นี่นับว่าสวยอยู่ เพราะสิ่งปลูกสร้าง
    เป็นแนวยุโรปเกือบทั้งหมด
    ตึกรามบ้านช่องทำเป็นยุโรป ตึกลัดฟ้าเต็มไปโหมดดดด
    แสงสีเสียงตระการตา จุดขายของเค้าเลยละ
    อะไร ก้โอเคนะ แต่จะดีมาก
    ถ้าเค้า มีภาษาอังกฤษติดตามเมืองบ้างก็ดี
    กะไม่ให้คนไม่รู้ภาษาจีนเที่ยวเลยเรอะไง
    วิ้ววววววววว
    ตอนนี้ได้เพื่อนทอมเกาหลีมาคนหนึ่ง ชื่อ ชอนYuan
    เป็นดีเจตามผับ อิมพอร์ตส่งตัวมาจากโซล
    ฮาดี กวนๆ ขำๆ
    ชอบชมกูว่าน่ารัก และสวย
    ตอนนี้กูเริ่มชักกลัวมัน หงึกๆๆๆๆ
    ยังชวนไปเที่ยวเล่นที่โซลอยู่
    ถ้าเป็นคุณคิม หรือหนุ่มหล่อๆก็ดีเดะว่ะ ก้ากกกกกกกกกกกกก
    มาที่นี่ได้เห็นคนต่างภาษาเยอะดี นะ
    ชอนพูดอังกฤษไม่เก่งเลยต้องใบ้กันผ่านล่าม
    แต่เค้ากลับพูดญี่ปุ่นได้
    พี่เพื่อนเจ๊กาญก็พุดทั้งจีน ญี่ปุ่น อังกฤได้
    โลกมันช่างกว้างใหญ่จริงๆ
    กูอยากเก่ง พูดได้หลายภาษาแบบนี้บ้างจัง
    เริ่มคิดวางแผนให้กับตัวเองในอนาคต
    กูจะทำอะไรต่อไปดีหลังจากกลับจากที่นี่ไปแล้ว
    ฮึมมมมมมมมมมมมมมมม
    รู้สึกว่า จะพิมพ์มาเยอะแยะมากมายเกิน
    ก็เรื่องมันเยอะจริงๆ นั่นแหละ คงบ่นไม่หมด
    ค่อยกลับมาอัพใหม่ละกันเน้อ บาย
     
     
     
     
    July 22

    what's going on today????

    วันนี้ หลากหลายสิ่งเหลือเกิน ตั้งแต่เช้า
    ว่าจะไม่อัพ ก็คงไม่ได้เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้
    ก็ต้องออกเดินทาง Let's go to Shanghai
    เริ่มตั้งแต่เช้า ที่กูอุส่าต์แหกตาตื่นตอนตีสี่
    เพื่อไปแต่งหน้าที่ไม่ค่อยจะสวย มันมันดูดีขึ้นบ้าง
    นั่นครับ โทรปลุกช่างทำผม ขี้เกียจตื่น สะงั้น - -
    ว่าก่อนไปนั่น คืนก่อนวันนั้นไปทำผมร้านที่แม่ทำประจำ
    ห่า... ทำทรงเหี้ยไรให้กูเนี่ยแก่ชะมัด
    แถมเก็บไม่เนียบอย่างแรง
    เต็มสิริ หงุดหงิดใจห่ะ
    อ่ะๆๆ  ว่าต่อถึงตอนเช้า
    เมื่อคุณช่างทำผมไม่สามารถตื่นได้
    ก็ปลุกช่างแต่งหน้า หรือพี่ปุ้มของอะฮั้น
    แต่งหน้าไปเถอะครับ ปลุกปั้นอยู่กับอีขนตาปลอม
    ที่ไม่พอดี ขยันหลุด สุดท้ายได้แค่รองพื้น เมื่อตอน หกโมงเช้า
    เน้นว่าเกือบหกโมงกว่าๆ แล้วช่างทำผมก็ยิงมา
    ก็หอบสังขารเดินไปที่ร้าน แกะทรงขัดใจกู
    เหลือแค่ไอ้จุกกลาง นอกนั้น รื้อใหม่ ตามใจกูนี่ละ
    เท่าที่สามารถทำได้ เมื่อตอนหกโมงกว่า -*- สาธุ
    พี่ปุ้มติดขนตา เอ้า ต่อด้วย ทาปาก นี่ๆ นั่นๆ
    กว่าจะเสร็จ นั่นครับ 7 โมงเช้า
    ออกกำลังกายแต่เช้า
    ต้องเดินตามหารถแม่กูอีก
    โว้ยยยย ฮ้อน
    เช้านี้เป็นเช้าที่กูโคตรจะหงุดหงิด
    ทุกสิ่งทุกอย่าง หลายอย่างไม่เป็นใจ
    ไม่ตามใจวันของบัณฑิตสะเลย
    แถมรำคาญอีขนตาปลอม กูลอกแม่งสะ
    แม่งจิ้มลูกกะตากูเหลือเกิน
    ติดอันเก่า จบ... เสือกติดอย่างง่ายได้เพียงวิเดียว -*-
    (ขอบอกว่า ตั้งแต่ให้อีมดติด ขนตายังพริ้งเพริศไม่มีอาการจะหลุด)
    เรื่องแต่งกายก็ผ่านไป ไปช้านิดหน่อย
    อดทนสิครับ ทำใจร่มๆ ให้ไอ้มดเช็คชื่อก่อน
    ถ่ายรูปบ้าบอ จนเข้าแถว
    และแล้วก็ถึงวินาทีที่รอคอย.....
    หลังจากวันซ้อมกูเล่นหลับตั้งแต่เช้ายันบ่าย
    แต่วันนี้ไม่มีที่ท่าว่าจะหลับ
    ไอ้หญก ก็พยายามไม่ให้หลับ ก็เม้าท์กันไป
    มาถึงบนหอประชุม ตาก็มองพระพักตร์ท่าน
    จนถึงตอนรับ โอ้ว.....
    คิดนั่นนี่ กลัวทำพลาด ตาก็ตั้งใจดูจุดไป
    พอถึงตอนรับก็ เอางานเรียบร้อย
    คว้า ปริญญาบัตรใบน้อย
    กี่ปีที่เรียนมาเพื่อรอใบนี้นี่ละ
    คว้าปั๊บ แต่ด้วยสัญชาติญาณรับเสร็จต้องเงยหน้า
    ว๊าบบบบบบบบบบ เหอๆ
    เมื่อตาประสานนนนนนน
    (กรุณาร้องเป็นเพลง)
    สบพระเนตรท่านพอดีเล้ยยยย
    ท่านก็จ้องมองอยู่สะด้วย แถมอมยิ้มเล็กน้อย
    จ้องแบบจ้องเขม็งเลย เหอะๆๆ นึกว่าจะหลับ
    ตกใจสินี่ ไอ้ตกใจกูก้คือ ยิ้มสะงั้น
    แล้วก็ถอยสามก้าวจากไป
    ช่วงแว๊บเดียว หงึกๆๆ
    ส่วนคนอื่นก็รับผิดรับถูก รับพลาด
    บางคนก็ชนประตูกันไป สารพัด
    หลังจากผ่านพ้นไป ก้เป็นเวลานั่งเม้าท์นั่งคุย 5555
    สุดท้ายไมได้หลับไม่ได้นอน....
    ตกเย็น รอเด็จแม่มารับครับ
    โดยมีลูกเรือเพิ่มมาอีก 6 คน
    มาจากไหนวะนั่น รอเด็จแม่มารับ
    ด้วยความเป็นเด็กจากวังท่าพระ
    กูก็แม่งไม่รู้เรื่องเหี้ยไรจากฝั่งนี้เลย
    ถกเถียง คุยกับแม่กูอยุ่นาน ตกลงเรื่องสถานที่
    ต่างคนต่างไม่รู้จัก
    แล้วกูก็รอเด็จแม่กู จากทุ่มหนึ่ง สองทุ่ม
    โยนให้ป้าขายลูกชิ้นคุย
    นึกว่าแม่กูจะมารับแล้ว เงียบหาย
    โทรศัพท์โทรไม่ติด งง ครับ เกิดอะไรขึ้น
    แบตหมดหรือไร
    ให้พี่กูโทรตาม หายไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง
    อาอี้ เพื่อนแม่กูก็โทรมา
    ให้กูเดินไปแถบจุดเก่า กูก็ยัง งง ทำไมอยุ่ที่เดิม
    แล้วกูก็ได้คำตอบว่า
    "รถ ตก คู น้ำ "
    หา...........แรกๆ กูก็คิดว่าตกแค่ล้อ
    โคลนหล่มอะไรเท่านั้นเอง
    เดินไป ณ จุดเกิดเหตุ
    หึหึหึ ทิ่มไปทั้งหน้ารถ....กรรมอะไรของฉ้านนนนน
    ดีนะแม่กูไม่เป็นอะไร
    สาเหตุมาจาก
    1. ฝนตกหนัก
    2. ไม่มีไฟบริเวณนั้นเลย
    3. ความเข้าใจผิด
    4. ไม่รุ้ทาง
    หลังจากที่แม่กูคุยกับป้าขายลูกชิ้นเสร็จ
    ว่าให้ขับวนซ้ายตรงทางแยกมาหากู
    ด้วยความที่ฝนมันตกหนัก แถมข้างทางไม่มีไฟเลยสักดวง
    ขับๆ อยู่ ทันใดนั้นแม่กูเห็นรถออกมาจากซอยข้างซ้าย
    นั่นไงละ แยกที่แม่ค้ามันบอก
    เลี้ยวเลยครับ หารู้ไม่ว่า มันเป็นแค่ทางวันเวที่รถมันขับออกมา
    พอขับปุ๊บ รถลงก่อนเลย แม่กูยังคิดว่า ทางมันคงสโลบลงไป
    สักพัก หึ่ย เริ่มไม่ใช่ละ
    "คูน้ำนี่หว่า"
    นี่คือคำให้การของเด็จแม่อะฮั้นเอง
    ทว่า ไอ้คูน้ำ แม่งก็ไม่เสือกมีหลักเขตบอกเลยนะ
    ว่าเป็นคูน้ำ ไม่มีเขต ไม่มีไฟ
    ใครจะรู้ไม๊ว่ะ ว่ามันคือคูน้ำเนี่ย ห่ะห่ะห่ะห่ะ
    (ด้วยความที่มันมืด ฝนตก สีน้ำนึกว่าโคลน คิดว่าเป็นเส้นทางนั่นเอง)
    แล้วก็รีบดึงเบรกมือทันใด
    แต่.......
    ประตูเปิดไมได้เพราะมัน ออโต้เมติก
    ซะซะซะซวยยยยยย
    น้ำเริ่มซึมเข้ามาทางหน้ารถ
    แม่กูก็ว่ายน้ำไม่เป็นอีก อาอี้เตรียมถอดรองเท้าว่ายน้ำละ
    สักพัก แม่กูเลยลองสตาร์ทรถอีกครั้ง
    แล้วก็เปิดประตูทันที
    อาอี้ปีนไปด้านหลังรถให้คนมาช่วย
    ได้ข่าวว่า เด็กแถวๆคณะนั้น
    รีบกระโดดลงคูน้ำมาช่วยกันเลยทันที
    นั่นก็คือ...คณะวิทยาศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร
    ญาติพี่น้องบัณฑิตอะไรก็โดดกันลงมาช่วย
    โว้ววววว ขอตบ มือ และขอบคุณอย่างแรง
    น้ำใจคนยังคงหลงเหลืออยู่บนโลกนี้
    สิ่งที่ดีงามยังคงเกิดขึ้นอยู่
    ดีมากๆ เลยอ่ะ แต่กูแทบไมได้ขอบคุณ
    ตัวเค้าเองก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่
    ตามอาจารย์นั่นนี่
    กูเจอตอนเค้ามาลาแม่กูเท่านั้นเอง
    สรุป แม่กูมือถือเจ๊ง......
    ซึ่งวันซ้อมใหญ่ กูเองก็มือถือเจ๊งเช่นกัน
    สาเหตุมาจากบุคคลนิรนามผู้หนึ่ง
    (ไม่ขอบอกว่าเป็นใคร)
    เอาน้ำมาใส่ถุงของกูแล้วปิดฝาไม่สนิท
    ทำให้น้ำท่วมถุงกูเต็มหน้าจอ
    ตายห่าไปตั้งแต่ตอนไหนมิอาจทราบได้อย่างแน่ชัด
    (คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง)
    ฉะนั้นเพื่อนคนใดโทรมา ถ้ากูจำไมได้ว่าเป็นใครอย่าโกรธ
    กูไม่เคยลบเบอร์ใคร แต่กูไม่มีเบอร์ใครแล้ว
    แสดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    คราวนี้มาเด็จแม่กูอีกกกกกกกกกกก
    What the hell waaaaaaaaaaaaaaaa
    กว่ากูจะถึงบ้าน นั่นละ เกือบตีหนึ่ง
    สาธุ
    วันอะไรของกูเนี่ยยยยยยยยยยยย
    ถือว่าเป็นวันดี หรือร้าย ฟ่ะ
    หุ่ยๆๆๆๆๆๆ
    แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน
    ขอบคุณที่แม่กูไม่เป็นอะไร
    -*-
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
     
     
     
     
    ** หากใครขับรถผ่านไปมากรุณาระวังบ่อน้ำหน้าคณะวิทยาศาสตร์**
    ** เพราะมันไม่มีเขตแดนบอกว่า นั่นมันคือน้ำโว้ยยย**
    ** แถมมืดมากอีกต่างหาก จงลับสายตาไว้ให้ดี**
     
     
     
     
    ปล. ใครอยากเห็นสภาพรถหัวทิ่มคูขอกูดูได้ หึหึ
    ปล1. ยังไม่จัดของเลยโว้ยยยยยย
    ปล2. อีวันนี้ตอนฝนตก เกิดเรื่อง นั่นนี่ ขนตาเสือกอยู่ทนไม่กระดิก
    ปล.3 ประกาศตามหาคนสะเคราะห์หมู่ ตอนนี้มีอีมด และนังโบเป็นแม่งานแล้ว
     
     
     
    July 18

    Congratulations

    Congratulations
    to
    me
    woo
    woo
    woo
    woo
     
    เหลือแค่วันรับเท่านั้น
    หึหึหึ
    จากการซ้อมรับปริญญา
    ทำให้อิฉันได้
    นิ้วก้อยตีนปลาทองหัววุ้น
    มาอย่างน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
    ตอนนี้ได้สกิลการเดินขั้นเทพ
    โดยใส่ส้นสูง 2 นิ้วมาแล้ว
    ไม่ต้องอิงรองเท้าแตะแต่อย่างใด
    อยากขั้นเทพเรื่องการเดิน
    ตอนนี้เป็นขั้นเทพสูงสุด แห่งดาวนาเม๊ก
    ณ โอกาสนี้
    ขอขอบพระคุณเพื่อนฝูง
    ทุกท่านที่อุส่าต์สละเวลาอันมีค่า
    มาแสดงความยินดี
    ถ่ายรูป
    พร้อมกับของขวัญ
    การ์ด ฯลฯ อีกมากมาย
    ที่แทบจะจำไม่ได้ว่าของใครเป็นของใคร
    เพื่อนรุ่นเก่าทั้งสมัยมอต้น มอปลาย
    เวริกฯ วู้ววว เต็มไปหมด ดีใจมั่กฮ้า
    และกราบขออภัยเป็นอย่างยิ่ง
    ที่ข้าพเจ้า มิได้เทคแคร์พวกท่านเลย
    อยากไปนั่งกินข้าว พูดคุยอยู่เหมือนกัน
    ฮื่อๆๆๆๆๆ
    และสำหรับเพื่อนสาวชาวศิลปากร
    เราจะได้ถ่ายรูปหมุ่ร่วมกันอีกไม๊เนี่ยยยยย
    วันจริงเจอกันนะโว้ยยยย
     
     
    ปล. ขนตาปลอมไม่ช่วยอะไร
     
     
    July 15

    โว้ยยยย

    หงุดหงิดโว้ยยยยยย
    อากาศร้อนฉิบหาย
    ไปถ่ายรูปให้มหิดล มา
    แม่ง.......
    ตอนนี้รอบคอแดงไปหมด
    เหตุจากแดดเลีย
    ตัวดำ
    หน้าผด สิวสุก เหี้ยไรก็ไม่รู้ขึ้นเต็มไปหมด
    ว๊ากกกกกกกกกกกก
    หงุดหงิดดดด
    โมโห
    แถมตอนเย็น ห่ากอล์ฟ บอกจะโทรมา
    ก็รอไปเสะ
    แม่ง กว่าจะได้เจอ
    ได้ถ่าย สามรูป
    สรุป กูรอมา 5 ชั่วโมงทำไมเนี่ย
    โว้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    พร่งนี้ จะซ้อมอยู่แล้ว
    ยังไม่จัดการอะไรกับตัวเองเลย
    โวววววววว
    เหนื่อยโว้ย เหี้ยยยย
     
    July 14

    อ่าฮ่ะ

    ช่วงนี้ มือขึ้น ดวงดี หรือจังหวะกำลังร๊อก
    อะไร ยังไง อย่างไร อิฉันก็มิทราบเหมือนกัน
    หลังจากที่เขียนบ่นๆ ไปเรื่องของจังหวะชีวิต
    เรื่องงาน และ อะไรหลายๆอย่างที่คลี่คลายไม่ออก
    จู่ๆ ก็มีนางฟ้าองค์หนึ่งมาโปรดสะงั้น
    บักจิ๋ง เป็นนางฟ้าไฮเทค ออนไลน์มาตามสาย
    ณ เวลา 10 โมงเช้า
    ถามว่า " เต็ม มึงจะรับถ่ายรูปไม๊"
    "ไอ้กอล์ฟจ้าง" วะ วะ วะ ว้าวววว
    ตื่นตอบรับไปด้วยอาการง่วงสุดขีด
    สรุป กูรับงานนี้ เหอๆ ง่ายๆ กูอยากได้เงิน
    และ กูอยากพัฒนาฝีมือถ่ายรูปตัวเองไปเรื่อยๆ
    ไม่รู้จะได้พัฒนาหรือป่าว
    หลังจากผ่านพ้นงานจุฬา ได้ 1 วัน
    แล้วกูก็ได้ไปถ่ายให้กับ มหิดลต่อ
    3 วันติด อาทิตย์ จันทร์ อังคาร
    วะฮ่าฮ่า มีพ๊อกเกตไปเซียงไฮ้แล้วโว้ยยยยยย
    แต่..... ค่าตั๋วเพิ่งขึ้นราคาอีก 4000 เย็ดดดดดดดด เป็ดดดด
    เซ็งสาดๆ เอาเถอะ วะ อยู่อย่างเกรียมๆไป
    ประเด็น ณ ตอนนี้
    ถ่ายงานให้คนอื่น 3 วันติด วันพุธ ก็งานกูแล้ว
    ห่า ไม่ได้พักผ่อนใบหน้าให้สวยใสไร้สิว
    แถม ไม่ได้อบผิว หรือประทินโฉม
    เตรียมตัวจัดเสื้อผ้าห่าไรเลย
    หงึกๆๆ
    ตากแดด อย่างดำ ตัวอย่างเมื่อม
    พร้อมซ้อมรับในวันถัดไป อีก เหอๆๆๆ
    เอาวะๆๆ สู้ต่อไป ทาเคชิ
    สวยได้แค่นี้แหละ ว้า
    ได้เงินๆ ท่องไว้ ได้เงินๆๆๆๆ
    จังหวะ ชีวิตกำลังร๊อก ต้องเต้นต่อไป
    วิ้ววววววว
     
    July 10

    rHytHm oF lifE

    ตั้งชื่อให้ดูอินเตอร์ไปอย่างนั้น
    เรียกให้ง่ายๆ "จังหวะชีวิต"
    เอวัง กล่าวถึงช่วงชีวิตกูนี่
    ก็มีสิ่งดีๆ หลายอย่างที่เข้ามา
    เห็นท่าจะดูรุ่งโรจน์ งามกระจ่างที่สุด
    คงไม่พ้นเรื่องของ
    การงาน และคนอุปถัมภ์ค้ำชู นี่ละ
    ดวงเรื่องงาน เรื่องเรียน
    มันมักจะมีโอกาสดีๆ เดินทางเข้ามาหาเสมอ
    มีคนช่วยเหลือเกื้อกูลตลอดศก
    แม้ว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาล
    ต้องเจอสังคมใหม่ สิ่งใหม่ๆ
    แต่ตราบเท่าที่เดินทางผ่านมาจนถึงวันนี้
    กลับพบว่าสิ่งที่เลือกมานั่น
    คือสิ่งที่ใช่ สำหรับตัวเองเสมอ
    ยิ่งค้น ยิ่งเจอ ยิ่งใช่ และยิ่งชอบ
    มานั่งคิดอยู่เหมือนกันว่า
    เกิดเป็นเต็มสิริ ก็ดีอย่างนี้แล...
    (ถ้าไม่รวมถึงเรื่องอื่นด้วยแล้ว)
    แต่กูก็ไม่รู้ว่า ไอ้ความโชคดีมันจะมีอย่างนี้ต่อไปหรือไม่
    ช่วงชีวิต ณ ตอนนี้ ได้เริ่มเข้าสู่โหมดเปลี่ยนผ่าน
    เปลี่ยนจากวัยเด็ก เข้าสู่วัยทำงาน
    (เอ๊ะ แล้ววัยรุ่นกูไปไหน)
    จากคนที่ใช้ชีวิตเพื่อความสุข สนุกไปวันๆ
    ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วจริงหรือ ที่กูจะต้องกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
    บอกตรงๆ ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง
    แล้วเมื่อไรล่ะ ..... อีกไม่นานหรอก
    เพื่อนๆหลายคน ตอนนี้ก็เริ่มหางานหาการ
    เร่งรีบตื่นเช้า กลายเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ
    ชีวิตที่ผกผันไปหลังเรียนจบไม่ถึงปีดีดัก
    ส่วนกูน่ะ หรอ ...... ยังคงเป็นกู
    ที่ใช้ชีวิตอย่างคงเพิ่งเรียนจบ
    ขอสนุกกับชีวิต ที่ขอใช้ชีวิตให้คุ้มๆ
    ขอเที่ยวเดินทางตามแบบฉบับเต็มสิริ
     ขอแรด ขอเปื่อย ขอนอนนานๆ ตื่นสายๆ
    ลุกมาออกกำลังกาย
    อาบน้ำเมื่อตื่น กินเมื่อ 5 โมง
    ตามใจที่อยากจะทำ
    และ อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
    บลา บลา บลา
    ดูกูไร้สาระม่ะ นั่นสินะ
    ใครหลายคน อาจจะชอบตั้งคำถาม
    "ตอนนี้ทำงานอะไร "
    "จบมาทำอะไร"
    เหี้ยไรอีกสารพัน ....
    ดูน่าอึดอัด สำหรับบัณฑิตใหม่ใจอยากรุ่ง
    ส่วนกูตอบอยู่แค่เพียงว่า
    "เป็นนักท่องเที่ยววะ"
    บางทีก็นั่งนึกว่า การที่กูปฎิเสธงานที่เข้ามา
    หรือพลาดอะไรไปบางอย่างที่คนหยิบยื่นมาให้
    "มันจะดีหรอ" "จะมีอีกไม๊"
    "เสียดายหรือป่าว"
    มันก็กลายเป็นสองร่างของกูที่มัวมานั่งทะเลาะกัน
    ว่าเลือกสิ่งไหนดี . . . .
    กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า หนทางข้างหน้า
    กูยังจะโชคดีเหมือนที่เคยเป็นมาหรือป่าว
    จะมีคนมองเห็นถึงความสามารถกู
    หรืออยากรับให้กูมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหรือไม่
    ใช่ว่าคนมีความสามารถก็จะทำได้
    ใช่ว่าคนเก่งก็จะเป็นได้
    ใช่ว่าคนรู้เยอะ ทำงานหนักก็จะได้รับ
    ใช่ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย
    แต่นั่น ก็ใช่ว่า จะยากเสมอไป
    มันขึ้นอยู่กับโอกาส และจังหวะที่เข้ามาในชีวิต
    เฮ้อ...อนาจใจยิ่งนัก
    ความฝันมีมากแต่ยังคว้าไม่หมด
    สิ่งที่อยากทำมีเยอะ แต่ปัญหาก็ยังมี
    ตอนนี้ตัดแม่งทุกปัญหา
    อยู่กับสิ่งที่กูต้องการ
    ตามแรงบันดาลใจ ของคนเพิ่งจบ
    ขอเที่ยวจนหมดกำลัง(ทรัพย์)
    โกยให้มาก เก็บให้เยอะ
    ใช้ให้คุ้ม.........
    ถึงดึงดันให้กูเปลี่ยนเป็นอย่างไร
    จังหวะชีวิตของกู ก็ยังคงเต้นร่า
    เป็นร๊อก สเตป กลิ่นอายเฮฟวี่พังค์
    ที่บางวัน อาจเป็น บอสซาโนว่า
    สลับกับ เพอคัดชั่น มันส์ๆ สักชุดหนึ่ง
     
     
     
    ปล. ยินดีด้วยสำหรับบัณฑิตใหม่ "นางสาวธนวรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา" 555
     
     
     
     
     
    July 08

    สมองว่างเปล่า

    ไม่ได้มีปัญหา
    ไม่ได้ประเด็น  
    แค่ไม่คิดอะไร
    สมองมันช่างว่างเปล่า
    แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
    รู้สึก สงบ จัง
    ไม่ค่อยได้เป็นอย่างนี้มานาน
    ไม่ต้องพบใคร
    ไม่ต้องเจอไรมาก
    ไม่ต้องพูด
    ไม่ต้องกลัวน้ำลายบูด
    ไม่อยากแรดออกข้างนอก
    อย่างจะเป็นจะตาย
    อะไรกันน่ะ ที่ทำให้เป็นแบบนี้
    เพราะ หนังซีรี่ย์ น่ะหรอ
    อืม...
    น่าคิด 
     
    ว่างเปล่า
    it's mean...
    มึงว่างหรือเปล่า *-*
    สะงั้น!!!!
     
    July 06

    HAncock

    คำเตือน ผู้ที่จะไปดูไม่ควรอ่าน
     
    ตบเท้า เข้าโรงหนังอีกเรื่อง ณ เวลา 14.05
    กับเรื่อง Hancock ที่หมายมั่นชี้โบ้เบ้
    บอกชาวเราว่า กูจะไปดู . . . .
    โอ้ววว คนเข้ามาดูมากมายมหาศาล
    ล้นโรงเลยขอรับครับพี่น้อง
    กูได้นั่งสะแถว พี เลยอ่ะ
    อีกสองแถวก็หน้าสุดละ
    เวลาต่อมา ก็เหลือ แค่สามแถวเหมือนเดิม
    งานนี้ได้ตาเข เหล่ ไปข้างหนึ่ง เลย กู
    เริ่มต้นเรื่องมา พี่วิล สมิธ กู สกปรกมาเลย
    เริ่มต้นเรื่อง ก็สนุกละ มีมุข
    มีนั่นมีนี่ เออ วะ ดีๆๆ
    ดูๆ ไปสักพัก อ่าวห่า
    แฮนคอก กู ไหงกลายเป็นหนังรักสามเศร้าได้ละว่ะ
    -*- รู้สึกเข้าข่ายความมั่ว
    หนังเริ่มหลุดธีม เสียแล้น
    แรกๆ กูนึกว่า มันก็คงจะประมานว่า
    ทำอย่างไร ให้ฮีโร่สุด Ass hole
    คนนี้ กลายเป็น ฮีโร่ในดวงใจของประชาชี
    เรื่อยๆมาเรียงๆ วิธีการ นี่นั่น ฝ่าฟัน
    เออ เริ่มสนุก
    แล้วก็....... ตกม้าตาย
    มี Super women
    คู่รัก แต่กี่หลายพันปี อดีตชาติห่าเหว
    ของ Hancock โผล่ออกมา
    บทสรุป กลายเป็นหนังรัก สะงั้น
    - -
    เหอๆ Speacial effect
    ดูดีเชียวล่ะ มีมุขให้ขำ
    แต่ ทำม้ายยยย ทำไม
    อีคนสร้างมันอุตริ เปลี่ยนพอต สะงั้นละฟ่ะ
    งานนี้กูขอให้คะแนน 70 พอ..
    แง่บๆๆๆ
    Good Job
     
     
    ปล. อยากดูว้อWANTED
    July 04

    Serie Fever

    ตายห่า.....ล่ะ
    เมื่อตอนนี้มี ซีรี่ย์ หนังเข้ามาประดังประเด
    น่ะ . . . . เกิดอาการ ดูจนหยุดไมได้
    ดูแล้ว จงอย่าหยุดดู
    จงดูกันต่อไป เหมือนผู้หญิงอย่าหยุดสวย
    (แต่กูก็ไม่เคยมีห้วงเวลานั้นนะ)
    เรื่องแรกขอนำเสนอก่อนเลย
    แต่น แต้น.....
    HEROES โอ้ว สุดยอดของความระทึก
    อ่า มันก็ไม่ได้ระทึกสั่นประสาทขนาดนั้นน
    แต่มันทำให้ติดตาม ...
    เอ่อ มันสนุก
    เอ่อ... เร้าอารมณ์
    เอ่อ... ดี 555
    จะบอกว่างายล่ะหนอ
    เอาเป็นว่าซีรี่ย์เรื่องนี้
    หลากรสชาติ และมีปมให้ติดตาม
    รับรองไม่ผิดหวัง งัง งัง งังงงงงง
    ได้ความอนุเคราะห์จากพี่อ๋องโดยแท้
    ไรท์มาให้ตั้งสองซี่ซั่นแหนะ
    ซีซั่น 3 กำลังสร้างอยู่ ก็รอกันต่อไป
    เรื่องต่อมา Coffe Prince
    หึหึหึหึ เหมาะสำหรับวัยใส อย่างกูมาก
    แนวคนไร้รัก ที่อยากจะมีรัก
    ใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่ง กูคงจะได้ชายหนุ่ม
    อย่างพระเอกมาครอบครอง
    วะฮ่าฮ่า ........
    ดูแล้วเกิดอาการอยากมีแฟนนิดๆ
    มีความเป็นผู้ใหญ่ และแฝงเป็นเด็กหน่อยๆ
    ความรักกู นั่นแหละ นิยายยยยยยย
    ไอ้แนวความรักที่มีแต่ในละคร
    เหมาะสมกับคนอย่างกูที่สุด
    กริ้วววววววว คนละอารมณ์กับเรื่องเมื่อกี้
    แต่ก็นะ หนักรักนี่หว่า
    ดูให้หล่อเลี้ยงชีวิตไปวันๆ
    ตาจะแห้ง ตามประสาคนไม่ทำงานทำการ
    ตอนบ่าย จรด ดึก (ย่างเกือบเที่ยงคืน)ดู Heroes
    ตอนดึก เกือบจะเช้า Coffee Prince
    ภายในสองวัน กูก็ดู Coffee Prince จนจบ
    แอบเสียดาย ดูจบเร็วเกินไป
    (ตึ่ง โป๊ะ)
    แล้วกำลังจะเอา Proson Break
    มากระตุ้นต่อมชวนติดตามอีกเรื่อง
    (แม้ทั้งบ้านดูจนจบหมดแล้ว กูยังไม่ได้ดูนี่หว่า)
    เอาเข้าไป กู......
    ดีนะ ดูจบไปเรื่องหนึ่งแล้ว
    อ่อ แม่กูดันเอา นาจา เข้าบ้านอีก
    หึหึหึ
    สลับดูให้อ้วกไปข้าง
    ตอนนี้ เต็มสิริ ขออยู่ในช่วง
    Serie Fever เว้ยยยยยยยย
    ฮิ้ววววววววววว
     
     
     
     
    ปล. วิว ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยเด้อ
    ปล1. แฮปปี้เบริดเดย์ น แนน
     
     
     
     
    July 01

    สิ่งที่ผ่านไป

    วันนี้ เป็นวันที่ 1 กค 51
    เผลอแป๊ปเดียวก็เข้าสู่อีกเดือนอย่างรวดเร็ว
    หลายสิ่งในชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป
    มีจุดหมาย แต่ยังไม่รู้ทิศทาง
    ไม่อาจคาดเดาความเป็นไปในอนาคต
    ไม่อาจคำนวนความถูกต้องที่จะเกิด
    กับเวลาผ่านไปในแต่ละวัน
    คนเรามันก็มักจะได้เจอสิ่งต่างๆ
    ดีร้าย และก็รู้สึกไปกับวันๆ หนึ่ง
    เสียใจก็ร้องไห้ อึดอัดใจ ฟูมฟาย
    หรือบ้าคลั่งอยู่พักหนึ่ง
    ดีใจก็หัวเราะ ยิ้มแย้ม มีความสุข
    แต่ใช่ว่าความรู้สึกต่างๆจะเลือนหายไปอย่างง่ายดาย
    มันอาจใช่เวลา
    ความเศร้าต้องมีวันเลือน
    ความสุขก็มีวันหาย
    แต่ว่าไม๊ คนเรามักจะจมกับความเศร้า
    นึกถึงมันมากกว่าความสุข
    เพราะคิดว่ามันทุกข์หนัก มากมายเต็มประดา
    กลับล่วงเลยมองข้ามความสุขที่มันอาจทวีคูณ
    เต็มล้นไปด้วยสิ่งดีๆ ที่เข้มข้นกว่าความเสียใจ
    ถึงอย่างไร คนหลายคนก็มักจะไม่เคยรู้สึกได้ถึงมัน
    บางคนอยากผ่านพ้นไป
    อยากหลีกหนี
    อยากหายตัว จากการบ้าคลั่งเหล่านั้น
    หรือ อาจคิดสั้นไปเลยก็ได้......
    กูเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าว่าเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนแก่
    แต่กูว่า มันก็เหมาะกับกูดีนะ หรือกูแก่แล้วจริงๆ
    หนังสือเล่มนั้น เล่าถึงวิธีการจับลิง
    โดยการใช้มะพร้าว เจาะรู และ ขูดเนื้อข้างในออกมาให้หมด
    และใส่ถั่วเข้าไปในรูมะพร้าวนั้น
    พอลิงมันเห็น ลิงมันก็เอามือล้วงเข้าไปในรูลูกมะพร้าวนั้น
    มันกำเอาถั่วขึ้นมาหวังจะแดกมันให้จงได้
    แต่ด้วยรูที่มันเล็ก และมือที่มันกำถั่วอย่างเต็มที่
     จึงทำให้มือมันออกจากรูลูกมะพร้าวนั้นไม่ได้
    มันเลยต้องติดแหงกกับลูกมะพร้าวนั้น และโดนจับตัวไป
    สิ่งที่หนังสือเค้าต้องการจะบอกก็คือ
    ถ้าไอ้ลิงตัวนั้น มันคิดที่จะปล่อยถั่วออกไป
    ก็คงไม่ถูกจับง่ายๆ หรอก
    เช่นเดียวกัน หากคนมัวแต่กำความทุกข์ ไม่ปล่อยมันออกไป
    มัวแต่เก็บและแบกมันเอาไว้
    คุณก็จะติดอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอด
    เพียงคุณปล่อยวางมันออกไป
    คุณก็จะหลุดพ้นจากมัน
    ก็นั่นสิ ก่อนหน้านี้มือไอ้ลิงยังเข้าไปได้เลย
    แล้วจะออกมาไม่ได้ ได้ยังไง
    เอวัง...ก่อนคุณยังมีความสุขได้เลย
    แล้วตอนนี้จะไม่สุขได้อย่างไรล่ะ
    กู ก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นที่อยู่กับความทุกข์
    ความทรมานของใจ
    แล้วทุกครั้งกูมักจะให้คำพูดกับตัวเองเสมอว่า
    "แล้วมันก็จะผ่าน"
    โคตรเศร้าเลยว่ะ อยากร้องไห้มากเลยว่ะ
    สักพักกูก็จะบอกตัวเองอีกครั้ง
    "แล้วมันก็จะผ่านไป"
    ใช่......
    ทุกๆ อย่างมันเปลี่ยน และ เปลี่ยน และ เปลี่ยน
    แล้วมันก็จะผ่านไปอย่างที่กูบอกนั่นแหละ
    แม้วันนี้เศร้า พร่งนี้ก็จะหัวเราะ อีกวันอาจจะเศร้าใหม่
    แล้วอย่างไร .. ..
    เพราะมันก็จะผ่านไป
    จนวันหนึ่ง กูก็จะลืมมัน และหายดี
    ไม่มีหรอกที่ความสุข หรือทุกข์ จะอยู่กับเราตลอดไป
    อย่างน้อยเทพธิดานำโชค มันน่าจะอยากอยู่กับเราบางสักวันหนึ่ง
    และ เจ้าความทุข์ก็อยากแวะเวียนมาบางครั้งบางคราว
    ทุกวันนี้กูก็ได้แต่ยิ้มกับทุกสิ่ง
    เฮ้ย....กูลืมได้จริงๆวะ
    เฮ้ย....กูหายแล้วจริงๆวะ
    เฮ้ย....กูไม่รู้สึกอะไรแล้ว
    เฮ้ย....ดีจังเลยวะ
    เฮ้ย....กูมีเรื่องเศร้าใหม่อีกละ
    เฮ้ย.... และ เฮ้ย และเฮ้ย
    ก็นี่แหละ ชีวิตคน จะมีอะไรไปมากกว่านี้ละ
    จริงไหม ?????