zantaluzia's profileLearning from the past -...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 26

    9 days

     

    อีกแค่ ..... 9 วันเท่านั้น

    9 วัน

    9 วัน

    9 วัน

    9 วัน............

    Hey Oh …

    นับถอยหลังทุกลมหายใจ

    ถึงเร็วไปก็น่ากลัว

    ช้าไปก็เหนื่อยแล้วกู

    เดือนตุลาที่รอยคอย ของหนู

    October waiting

     

     

    ปล. บ่นบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สาธุๆ เกรดเทอมนี้จดงามอย่างใจที่เถอะ

    September 24

    presenter Mama

    วันที่ 21 กันยายน
    เที่ยง มาม่าแห้งต้มยำ
    เย็น มาม่าแห้งต้มยำ + ไข่อีกสองลูก

    วันที่ 22 กันยายน
    เช้า มาม่าแห้งรสหมูสับ+ ไข่อีกสองลูก
    เที่ยง มาม่าแห้งหมูน้ำตก + ไข่อีกสองลูก

    วันที่ 23
    ตีห้า มาม่าแห้งคลุกเศษกระเพรา
    บ่ายสาม มาม่าแห้งคลุกเศษแกงเผ็ดป่าหมึก
    เย็น มาม่าคลุกน้ำพะโล้(ของเหลือ) + ไข่พะโล้อีกสองลูก

    วันที่ 24
    บ่ายสาม มาม่ารสหมูสับผสมกับรสหมูน้ำตกใส่ไข่ตีให้แตก และไข่อีกฟอง

    วันต่อไป..................มาม่ารสอะไรต่อไป.

    " มาม่าที่ดิฉันคู่"

     

    ปล. ฉันเริ่มลืมได้ทีละนิด นี่แหละวิถีของเต็มสิริ
    ปล1. ดูสายลับแระ อืม...เปลี่ยว ดูคนเดียว สบายใจแฮ

     

    September 19

    miracle on 1st street

    ตบเท้าเข้าโรงหนังวันนี้
    หมายมั่น ว่าต้องดู สายลับให้ได้พี่น้อง
    อยากจะหัวเราะ อยากจะระบาย
    ดันไม่มีรอบสะนี่
    มองเห็นเรื่อง Miracle on 1st street
    หนังเกาหลีคาดว่าผู้สร้างเดียวกับsex is zero
    เอาล่ะมึง
    กะหัวเราะแตกหัวเราะแตนก็คราวนี้
    ...
    ......
    ........
    .............
    เมื่อหนังจบ
    อืม......มันหนังชีวิตนี่หว่า แสดดดดดด
    แต่เป็นหนังที่ดี ที่สะท้อนภาพหลายอย่างเลยวะ
    สลัมเล็กๆที่มีเรื่องราวข้างใน
    เด็กน้อยสองพี่น้อง ที่มักจะมีความคิดที่น่ารักๆ
    ในแบบวัยเด็ก........
    "มะเขือเทศ เป็นผลไม้ หรือผัก"
    นั่นสิว่ะ เป็นผลไม้หรือผัก
    เด็กชายที่อยากบินได้ ไม่รู้ทำไมมัน
    นางเอกที่ชกม่วยเพื่อพ่อ
    แม้หวังว่าหนังเป็นอารมณ์ขัน
    ดันกลายเป็นสะเทือนอารมณ์
    แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่เยี่ยม(สำหรับกู)
    เหมือนกับ Sex is zero นั่นแหละ
    ที่มันจบแบบมีอะไรให้คิด
    สายลับไว้คราวหน้าละกันนะ
    ไม่รู้จะคราวไหนเหมือนกัน


    ปล.อยากร้องไห้ให้สุด หรือหัวเราะอย่างมีความสุขที่สุด แต่ทำไมมันยากยิ่งกว่าการกลั้นน้ำตาอีก
    ปล1. อีเมล เดียว ทำกูร้องไห้ได้ อืม.....ขอบคุณ อย่างน้อยให้มันไหลออกบ้างยังดี
    ปล2. ทำไมฉันเป็นคนอย่างนี้นะ

    ชอบนางเอกคนนี้จัง ทรหด อดทน มาหลายเรื่องแระ
    อยากต่อยมวยเลยกู


     

     
    September 16

    15 September

    ขอระลึกถึงอาจารย์ศิลป์ พีระศรี สัก 3 วิ.....อืมมมมม

    งานอาจารย์ศิลป์ปีนี้
    ปีสุดท้ายของการที่อยู่ในรั้วแล้ววุ้ย
    เพื่อนก็ห่างหายกันไปตามกาลเวลา
    ยิ่งโตชั้นมากขึ้น
    เพื่อนก็ยิ่งรวมตัวกันน้อยลง
    เอ้ออออ......
    อนิจัง ทุกขัง อนัตตา
    แต่ก็ยังบ้าบอกันได้เรื่อยๆ
    แม้ขาแดนซ์วันนี้จะไม่ออก
    แต่ขาชอปก็เข้าสิงแทน
    หน้าจิตรกรรมมีรุ่นใหญ่มาเล่นสะด้วย
    โชว์ Mettalica สะด้วยพี่น้อง
    อายุ 50 อัพ ใช้ฟันลีดส์กระจาย
    เจ๋งกว่ารุ่นใหม่ๆหลายขุม
    เจอ Target ครบทุกองค์
    ได้สนทนากันเพียงสั้นๆ......
    "เสื้อลายนี้หมดแล้ว"
    บอกได้คำเดียววววว
    น่าร๊ากกกกกกกก *O*
    สวยอะไรอย่างนี้ เห้ยยยยย
    ประสาทแดกจริงกู!!!!~
    ขี้เกียจพิมพ์แระ....แสด

    เหตุการณ์ยังเหมือนเดิมๆ
    ดนตรีแบบเดิมๆ
    ของที่ขายแบบเดิมๆ
    ร้องเพลงที่เคยร้อง
    จุดเทียนกับสถานที่คุ้นเคย
    และเพื่อนคนเดิมที่อยู่ด้วยกันทุกปี
    ที่ไหน มีกู มีมึง ตลอดสิน่า อีมด

    happy birthday to Silbirasri
    happy birthday to noo mod
    อายุห่างกันแค่ 90 กว่าปีเองเพื่อน


    ปล. ขับรถชมไฟ ได้เจอแค่หลอด แต่ไฟไม่เปิด เซ็งเป็ด กันเลยทีเดียวเชียว

     
    September 14

    วิธีการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในรั้วศิลปากร

    แดกข้าวยูเนี่ยน   
    เรียนตึกศ.ร.
    สังสรรค์หน้ามอ
    ขอพ่อกินเหล้า
    นั่งเฝ้าคาเฟ่
    เกเรบางเวลา
    มาร่วมงานอาจารย์ศิลป์
    กินหนมที่ท่าช้าง
    เล็งคนข้างๆ
    นวดตีนบ้างที่วัดโพธิ์
    โทรศัพท์ในห้องสมุด
    รักคุดตุ๊ดยังเมิน
    เดินเล่นวังหลัง
    ท่าพระจันทร์บ่อยครั้ง
    นั่งชมว่าวหนามหลวง
    ดูหมอทำนายดวง
    บวงสรวงเทพธิดา
    และหาเพื่อนดีๆสักคน
    ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบแล้ว

    จบข่าว


    ปล. คิดถึงกูบ้างเปล่า อยากรู้

     

     
    September 13

    ละเมอเพ้อเจ้อไปวันๆ

    เพิ่งดูเรื่องมนุษย์ต่างดาวจบ
    มีคนว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง
    โลกจะมีอันเป็นไปในอีกไม่กี่ปี
    อะไรก็ว่าไป
    อืม.........มีจริงหรือเปล่าไม่รู้
    แต่ก็น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อย
    โลกเรานี้มันมีอะไรมากมายหลายสิ่ง
    ท้องฟ้า จักรวาล ดวงดาว ที่มันมีกว้างใหญ่แค่ไหน
    ไม่อาจจะวัดหรือทราบได้เลย
    ใต้ท้องทะเลจะมีเงือกน้อยแสนซนหรือเปล่า
    หรืออาจจะมีสัตว์ประหลาดซ่อนตัวในหุบเขาเร้นลับ
    มีพลังจิตที่อยู่คู่ขนานกับเรา
    อดีตที่ผ่านมาอันแสนไกลโพ้น
    หรืออนาคตที่ไม่อาจจะคาดเดา
    และความตาย.....ที่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร????
    วันหนึ่งนั่งคิด อีก 10 ปีข้างหน้า ตัวฉันจะคงทำอะไรอยู่
    หากวันหนึ่งฉันสูญเสียคนที่รักและรู้จักจะทำเช่นไร
    คนที่รู้จักกันมาตลอดเวลา.......
    และถ้าตัวฉันต้องกลายเป็นผงธุลีดินสักวันหนึ่ง
    ความตายแบบไหนที่คร่าชีวิตของกูไปกัน
    ไม่รู้ได้เลย กับชีวิต
    นี่ไมได้ขายประกัน แต่แค่คิดอยู่ในใจลึกๆ
    เมื่อพรุ่งนี้คุณรู้ว่าคุณจะต้องจากโลกนี้ไป
    สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร ...............
    นึกคาดเดาถึงวันเหล่านั้นไม่ออกเลยจริงๆ
    แล้วความคิดของฉันก็กลับมาสู่ห้วงความจริงอีกครั้ง
    "จงทำงาน และอดทน แล้วจะดีเอง"
    อืม.....ทำงานดีกว่ากู............

    ของเค้าแรงจริงวะ
    ปล. ตอบตัวเองไม่ได้ อยากร้องไห้ 
    September 09

    relax

    เหมือนจะเศร้าแต่ก็ไม่ใช่
    มือชาๆ เหมือนเป็นคนอกหักก็ไม่เชิง
    ไม่รู้เป็นอะไร.........
    อาจจะเพราะนอนน้อย
    และเหนื่อยจนเกินไป
    สิวที่มีมากมายเลยทำให้ร่างกายเฉื่อย
    (เกี่ยวไม๊)
    เฮ้อ....กลับไปทำงานต่อเถอะนะ
     
     
    ปล. ไปดู ฮานะซังมาแว้ว ฮื่อ
    ปล1. หายตัวไปจากวงการ MSN เข้าไม่ได้ไม่รู้เป็นห่าราย 
    September 04

    miss u


    หลายครั้งที่นั่งฟังเพลงนี้
    กูก็ยังคงอินกับบทเพลงที่ร้องวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    มันพาลทำให้กูนึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาจริงๆ
    นานแค่ไหนแล้ว ที่เราลืมเรื่องราวของคนๆนึงออกไป
    ไม่ใช่สิ มันไม่ได้ลืม เพียงแค่เราห่างกันเท่านั้น
    เพื่อนคนหนึ่งที่เคยอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
    แค่เปิดประตูบ้านมองออกมาก็เห็นกันแล้ว
    มีเหตุการณ์มากมายที่เคยทำร่วมกัน
    สนุก เฮฮา เสียน้ำตา ซึมเศร้า
    ทุกวันที่เราจะต้องเขียนกระดาษโต้ตอบ
    ตะโกนคุยกันผ่านหน้าต่างห้องนอน
    ให้ดอกไม้ที่ปลูกเองกับมือ
    เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงที่หน้าบ้าน
    เและกอดคอกันเวลามีปัญหา
    ทุกอย่างมันมีการสิ้นสุดจริงหรือ?
    เวลามันมักจะเดินอยู่เสมอ
    กูก็มีหนทางที่มุ่งและต่างออกไป
    จนเมื่อถึงจุดๆหนึ่งของชีวิต
    อาจมีบ้างที่ต้องห่างกันไป
    จุดหนึ่งที่ทำให้เพื่อนคนนี้ต้องหนีจากความทุกข์ทรมาน
    หนีไปจากสังคมอันเสื่อมโทรม
    หนีไปจากการครอบครัวอันแสนหยาบช้า
    หลายปีผ่านไป
    จากที่เคยได้รับข่าวคราว
    เพื่อนคนนี้ ก็ได้หายไปจากชีวิตอย่างแท้จริง
    ไม่เหลือแม้แต่เบอร์ติดต่ออีกต่อไป
    แม้ชีวิตของกูตอนนี้จะมีเพื่อนมากมาย
    แต่กูก็ยังคงอยากรู้
    ว่าตอนนี้เพื่อนคนนี้จะยังไง
    มันจะใช้ชีวิตอยู่แบบไหน
    ถ้าใครเห็นผู้หญิง ตาโตๆ หัวหยิกๆ เตี้ยๆ
    ผิวคล้ำๆ และมีเสน่ห์
    มีนามว่า "ยุ้ย"
    ช่วยบอกกูด้วย เผื่อเธอคนนั้นจะเป็นเพื่อนกูเอง
     
     
     
     
     
    ปล. คิดถึงมึงวะ