zantaluzia's profileLearning from the past -...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 30

    ยัยนี่น่ารักจัง

    กูนี่น่ารักจริงๆด้วย ย ย ย ย
    ยยยยย... ความเปลี่ยวของกู
    อยู่ๆก็อยากดูเรื่องนี้สะงั้น
    เอาเลยครับซื้อตั๋ว... ฉไนมีแต่กูคนเดียว
    พอเข้าไปนั่งในโรงหนังนึกว่าถูกผีอำ
    ไอ้ห่า โคตรเปลี่ยวแสดดด
    เปลี่ยวกว่าเดิมมมมมม
    อย่ามาไตเติ้ลหนังผีเชียวละเฮ้ยยย กลัว
    พอใกล้เพลงสรรญเสริญ
    มนุษย์จากไหนก็ไม่รู้ทยอยโผล่เข้ามา
    เฮ้อ โล่งอก
    ชะเอิง มาว่าเรื่องของหนังดีกว่า
    อ่าจ๊ะ น่ารักจ๊ะ
    ชอบนางเอก ค่า แรกๆ ก็ว่ามันหน้าตาเฉยๆแหละ
    ไม่ถึงกับ คิกขุ คุขิก มาก
    นมใหญ่ดี เอ๊ยยยย ไม่ใช่ผิดประเด็น
    แต่พอแสดงเป็นหุ่นยนต์ ชีก็ช่างเหมือนมาก
    โดยรวมเป็นหนังรักที่ไม่ได้หวานแหววสักเท่าไร
    แทรก ความฮา และ น่ารักปนๆไปด้วย
    นึกว่าจะเศร้าเคล้าน้ำตา มันก็ไม่....
    กล่าวแต่นางเอก พระเอก ก็.......
    ก็ .... ไงดีวะ นึกไม่ออก
    ตอนแรกนึกว่า พระเอก เซ็กอีสซีโร่
    ข้ามประเทศมาเล่นกันเลยทีเดียว
    แต่ไอ้นี่ดูดีกว่า เยอะ....
    โดยรวมถือว่าโอเคเลยละ เสียอย่างเดียว
    ที่มันจะมีช่วงยืด อืด ของหนังไปบ้าง
    แต่พูดถึง ทามมิ่ง เส้นแบ่งเวลา
    ก็สามารถทำให้เข้าใจได้ดี
    เอาไป 4 กะโหลกกกก
    ฮิ้ววว
     
    September 29

    อิ่มตัว

    กู
    เบื่อ
    การ
    นั่ง
    หน้า
    คอม
    เต็ม
    ทน
    ปวดสันหลัง
    สายตาเสีย
    แสดดด
    September 24

    ummmmmm

    ได้กลิ่นไหมมมมม
    กลิ่นของความหนาว
    ที่เริ่มปกคลุม
    กลิ่นของบรรยากาศในช่วง
    ฤดูหนาวที่กำลังเวียนมาถึง
    กูได้กลิ่นนั้น
    มึงได้กลิ่นหรือป่าว
    September 23

    หนึ่งวันกับการสมัครงาน

    เอวังงงงงงงงงง ชะเอิงเอยยยย

    ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะไปหางานทำกับเค้าบ้าง

    ตอนแรกที่คิดไว้กะไปสมัครสัก สอง หรือสามที่

    แล้วก็กลับบ้านนอนดีกว่ากู

    นอนไม่เกิน สี่ชั่วโมงมาหลายวัน

    ไม่ใช่เพราะอะไรเล้ยยยย เพียงแค่กูมัวอ่านการ์ตูนกับเล่นคอม

    เจริญไม๊ล่ะ ชีวิตกูนี้

     

    ตื่นเช้าติดรถท่านพี่สาวไปลงแถวลาดพร้าว

    หมายมั่น  กุต้องสมัครแถวลาดพร้าวนี่ให้ได้

    คิดไปคิดมา เอาว่ะ ไหนๆ ก็มาละ

    สมัครแม่งให้หมดทั้งลาดพร้าว

    เท่าที่จดที่อยู่ของบริษัทมานี่ละเว้ยเฮ้ย

     

    เริ่มต้นสตาร์ทจากลาดพร้าวซอย 42

    บริษัทที่อิฉันรู้ก็มี

    ซอย 24, 60, 93, 138

    อะไรยังไงต่อค่อยว่ากันอีกที

    จัดระบบสมอง มุ่งสู่ซอย ยี่สี่ ละกันวะ

    แล้วค่อย ไล่ซอยเอา ป้าดดดดดด ถามเค้าก่อนเลย

    พี่ๆ มีสายไรวิ่งเส้นนี้ทั้งสายบ้าง

    แล้วท่านพี่เค้าก็บอกมาเลย มีแค่สองสายนี้ๆ นั่นๆ นะน้องที่มันไม่ใช่

    โอเค จัดไป อ่ะแล้วรถเมล์ฟรีก็มา

    โดด ขึ้นเลยคร้าบบบ ตามหาซอย

    สี่สี่ ผ่านไป อ่ะ สี่สิบแล้ว

    อุ๊ย ยี่หก เตรียมลง ป้าดดดดดดด

    เลี้ยวขวาครับพี่น้อง เอาละไงกู

    ไม่เป็นไรเว้ยนั่งไปก่อน อ่ะ เข้ารัชโยธิน

    อ้าวโผล่ พหลโยธิน เอาวะไม่เป็นไร

    หนังสือ ท่องเที่ยวรอบโลก อยู่แถวพหล หกเก้านี่ละวะ

    นั่งต่อไปเลยละกัน ค่อยๆไล่ซอยไป

    สี่สิบฟ่า แล้วเว้ยเฮ้ยยย

    ป้าดดดดดดดด เลี้ยวขวา

     

    วันอะไรของกูวะเนี่ยยย สุดท้ายต้องลงรถ

    แล้วก็ต่อรถ ไม่เป็นไรเว้ย ท่องไว้ฟรีๆๆ

    ปรี่เดินตรงเข้าไป โดยที่ไม่รู้เลยว่า

    บริษัทมันตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง แต่กูจะเดิน

    สุดท้าย ไอ้ห่า เสือกเดินอ้อม บริษัทเลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว

    แล้วก็เข้าไปกรอกใบสมัคร โลด

    คนที่รับเรื่องเค้าดีมากเลยอ่ะ

    แบบ ดู ให้ความสนใจกับเด็กน้อยๆเยี่ยงกู

    แถม เค้ายังถามอีกด้วย อ้าว ไม่ใส่ประวัติการทำงานหรอ

    กูก็บอกว่า ไม่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันตามบริษัท

    รับงานเป็นจ๊อบๆ  เขียนได้หรอค่ะ

    เค้าก็ เขียนสิ เขียนมาให้หมด ดีสะอีก

    แล้วก็ถามๆๆ ว่าเรียนที่นี่อะไรยังไง ตรงไหน

    นี่มาที่นี่ยากไม๊ หาเจอได้ยังไง

    สรุปแล้ว ดีอ่ะ ไม่รู้หรอกว่า รับหรือไม่รับ

    แต่เค้าให้ความใส่ใจ

    ต่างกับ บริษัทที่เคยวอกอินเข้าไป

    ที่ให้กูกรอกๆ แล้วก็จบกัน

    ไม่รู้เอารูปกูไปแปะห้องน้ำหรือป่าว

    แล้วก็ออกมาจากบริษัทพร้อมกับหนังสือติดมือมาอีกเล่ม

    เสียดาย ลืมไหว้ข้างฝา เค้าว่ามีเทพ เผื่อจะได้ที่นี่

    วะ ฮ่า ฮ่า 

     

    ที่แรกผ่านไป มุ่งสู่บริษัทที่สองแถวลาดพร้าว

    ไปไงกูก็ไม่รู้ เหอๆๆ ตามหาสายรถเมล์อีกเช่นเคย

    ไปๆมา อ่ะ ไหนๆมาก็มาแถวนี้แล้ว ทำใบขับขี่ใหม่สะเลย

    นั่งรถไปลง กรมขนส่งสะเลยกู

    เสร็จสรรพก็เที่ยงกว่าๆ ตามหาสายรถเมล์เช่นเคย

    จัดระเบียบสมองใหม่ ไปเลยคร้าบ ที่แรก

    ลาดพร้าว ยี่หก ในเวลาแดด เปรี้ยงๆ ลงกระบาล

    ที่ผ่านมาฝนตกสะหลายวัน วันนี้ร้อนเหี้ย

    สองตีนสาวเข้า ไม่รู้เลยบริษัทอยู่ที่ไหน

     

    เดินแม่งมุ่งแต่ตามหาเลขที่บ้าน เดิน และ เดิน

    แถมซอยแม่งแตกแยกแขนง ทะลุนั่น โผล่ไปนี่

    ชาตินี้กูจะถึงบริษัทนี้ไม๊เนี่ยยย

    ไม่มีวี่แวว ของเลขที่บ้านสุดท้ายนั่งแมงกะไซ

    กลับอกมาหน้าปากซอย

    แต่พอถามวินหน้าปากซอย รู้จักเลขที่บ้านนี้ไม๊

    พี่แก เค้าก็พากูไปส่ง จอดถึงหน้าบ้าน

    แต่ เอิ่มมม ภาพที่เห็นคือ

    บ้านหลังหนึ่ง

    .

    .

    .

    บ้านใคร

    สุดท้ายกูก็ต้องเดินกลับออกมาด้วยความผิดหวัง

    เฮ้ออออออออออ

    มันลงที่อยู่มั่วกันกูป่ะฟ่ะนี่

     

    ต่อค้าบบบบบ ลาดพร้าว  หกสิบ

    เดินเข้าไปเลยคร้าบบบบ ถึงก้นซอย

    ไหนฟ่ะ บริษัท เปี่ยม เจ้าของ Place and price

    กูเจอแต่บาแรมยู เฮ้อออ

    แล้วก็เดินออกมา ไล่เลขที่บ้านใหม่

    โอ้โหหหหหหหห แสดดดดด บริษัทอยู่เกือบหน้าปากซอย

    ขอโทษ ติดป้าย ขี้ตาแมวมากๆ

    ให้อิฉันตามหาอยู่นาน

     

    แล้วกูก็แถ เดินเข้าไป เลย ป้าดดด สมัครงานค่ะ

    พี่เค้าก็ต้อนรับกูอย่างงดงาม

    เอานั่นเอานี่มาให้กรอก

    และแล้ววว ความจริงก็ได้ประจักษ์วันนี้เองว่า

    ไอ้บริษัท tRIP Magazine

    ที่กูไปตามหาแถวฮอลิวู้ดสตรีท

    แล้วพบแต่ตึกร้างนั้น มันมาอยู่ที่นี่ โอ้วว มายยย

    อ้าว พี่ ทริปแมกกาซีนอยู่นี่หรอ

    ตอนนั้นหนูไปตามหาที่ฮอลิวู้ดสตรีท

    พี่เค้าก็ตอบมาเลยว่า

    โห น้อง น้องนี่เก่งมากเลยนะที่หาบริษัทเก่าเราเจอด้วยอะ

    กร้ากกกกกกกกกกก

    กลายเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมสะงั้น

    อ่านะ แล้วกูก็ได้รู้อีกข้อว่า สองบริษัทนี้คือเครือเดียวกัน

     

    พี่ท่านมีการดูประวัติและบอกว่า

    เก่งภาษาอังกฤษนิ

    หรอออออออออออออออออออ

    กูเก่งหรอออออออออออ

    กูไม่ได้เขียนเลยว่า ภาษาดี เหอๆๆๆ

    เขียนแต่พอใช้ๆๆ

    กูก็ได้แต่ แฮะๆๆ แค่เอาตัวรอดค่ะ

    แล้วก็ถามอีกว่า น้องรู้จักโปรดัก อะไรของเราบ้าง

    เหอๆ เอาละงาย กู

    กูได้แต่ยิ้ม ไม่รู้เลยจริงๆ ค่ะ

    เท่าที่หนูอ่าน ก็รู้แค่ว่า มีTrip mag กับ  place and price เท่านั้น

    แหม จะไม่รู้ได้ไงละว่ะ ทั้งห้องที่ยืนคุย

    มีแต่หนังสือสองชื่อนี้นิฟ่า มากมายแทบจะหล่นทับ

    พี่เค้าก็น่ารักดี  หยิบอ่านเล่นได้นะ  โอ้ววว

    แล้ว กูก็เดินจากออกมาด้วยความหวัง

     

    มุ่งสู่บริษัทต่อไป OUTDOOR ลาดพร้าว เก้าสาม ครับพี่น้อง

    เดิน และเดินเหมือนเดิม ไม่เจออะไร

    หลายแยก โอ๊ย รถจะชนกู เอา

    สุดท้ายต้องถามวินมอไซค์

    พี่แก ก็ช่วยขับพาตามหาบ้านเลขที่ 252 กับกู

    พี่แกก็หาไม่เจอเหมือนกัน ต้องถามคนตรงนั้น

    แล้วเค้าก็ชี้ก่อสร้างที่อยู่ข้างๆ กู นี่ไง

    ………

    เหอะๆๆๆๆ บริษัท ที่ฉ้านนน ตามหา

    ไหง เหลือแค่ตึกเปล่าๆ ที่มีคนงานโบกปูนอยู่ละวะเนี่ยยยยยย

    คาดว่า กำลัง ต่อเติม หรือก่อสร้าง ก็ไม่รู้

     

    แต่

    แต่

    แต่

    อะไรกันว่ะเนี่ยยยยยยยยยย

    กลับออกมาอีกเช่นเคยยยยย

    ค่อยหาที่อยู่ใหม่เว้ยยยยย เฮ้ยยยยย

    มุ่งสู่ บริษัทสุดท้าย ก่อนจะสิ้นลม

    Nature Explorer ที่ฝันใฝ่

     

    เดินเข้าไปอย่างมึนๆ แง้มบ้านคนอื่น

    พร้อมกับบอกว่า มาสมัครงานค่ะ

    นั่งๆ สักพัก นึกว่าจะมีไรมาให้กรอก

    ป่าว ค้าบบบบ พี่ที่บริษัท ลงมาคุยเลย

    นึกว่าจะไล่กูกลับสะแล้ว

    เอาแต่เรซูเม่ กะ หลักฐานการศึกษา

    หลักฐานอื่นไม่ต้อง แถมถามหางานเขียนกูอีก

    ไม่มีสะด้วยกู

    เอ่อ น้อง เวลาไปสมัครน้องน่าจะเอาผลงานมาให้เค้าดูด้วยนะ

    คิดในใจ กูไม่มีนิหว่า มีแต่ทีสิทเล่มโต

    พร้อมบอกขนาดว่า เล่มที่นี่

    อืมมม นั่นก็ดูยิ่งใหญ่เกินไป

    งั้นน้องไปเขียนมาหนึ่งหน้าเอสี่

    พร้อมรูปถ่าย สถานที่ท่องเที่ยวที่น้องชอบมากที่สุด

    ส่งมาให้พี่ทางอีเมล

    เราจะได้คุยกันง่ายหน่อย ว่าใครเป็นยังไง

    เขียนเสร็จแล้วโทรบอกพี่เลย

    พร้อมให้อีเมล และเบอร์

    แล้วก็จากออกมา ไม่ถึง สิบนาที

    อ่าฮ้า

     

     

    งานเข้าแว้วววว เขียนงาน

    ซึ่งตอนนี้ยังจินตนาการไม่ออก

    ว่าจะเขียนที่ไหนดีฟ่ะกู

    ไมรู้หรอกว่าได้หรือไม่ได้

    แต่ที่แน่ๆ วันนี้กูได้กล้ามขาที่แข็งแรง 

    เดินกันฉิบหาย ให้ลากเลือด

    ยังไม่นับกับการเดินที่เลยป้ายรถเมล์

    ตามหาซอย และอื่นๆ อีกมากมาย

    ร้อนหน่อย เหนื่อยนิด  

    แต่ก็รู้สึกดีที่เจอคนที่เค้าโอเค

    ไม่เมินเราไปเสียดื้อๆ

    นอกจากนี้ นึกว่าจะพลาดกับ

    Trip mag  ดั๊นนน มาเจอที่นี่สะได้

    เอาวะ สุ้ต่อไปเต็มสิริ

    พฤหัส ไปที่ไหนดีละเนี่ยยยยยยย

     

     

     

    September 20

    มาแล้วว

    มันมาอีกครั้งแล้วครับพี่น้อง
    มา จะเกือบอาทิตย์แล้ว
    หรือว่า
    กูพร้อมแล้ว
    พร้อมที่จะมีชีวิตเหมือนคนอื่น
    พร้อมที่จะเป็น สตรี
    ผู้มีเมนส์
    โอ้ววว

    เลี้ยงสายรุ่นกูเลี้ยงเอง

    สวัสดีตอนมิดไนท์
    อีก 2 นาทีใกล้เที่ยงคืน
    ณ วันนี้
    กูได้พาสายไปเลี้ยง
    อันได้แก่
    พี่กิ๊ก พี่ปุ้ม  พี่นุ้ย
    พี่โจ พี่หญิง นกยูง
    อะฮั้น ติ๊ดตี่ รัก ขาดนังรณได้ไง
    น้องเมย์ และ น้องแอน
    ณ ร้านรัก
    บรรยากาศยังคงดีเหมือนเดิม
    แต่เจ้าของหล่อไม่อยู่
    และอาหารช้าโคตร
    ยังไงก็ตาม
    มีความสุขดี
    แฮปปี้
    เจอกันอีกครั้ง
    ชะเอิงเอยยยยย
     
    September 13

    เอิ่ม....

    ณ. ร้านอาหารญี่ปุ่น ย่านใจกลางกรุงเทพ
    สาวนางหนึ่งกำลังหนาวสั่นด้วยพิษไข้
     
    ผู้สาว ม ...... อึ๋ย ++++ หนาววะ
    กู .......... อืมมมมม 
    ผู้สาว ม...... เฮ้ย มึงดูดิๆๆๆๆ ขนกูลุกเลย มึง ดูๆๆๆๆ
    กู .......... หนาวก็ขนลุกเสะ
    ผู้สาว ม ...... มึงดูดิๆๆๆๆ ขนลุก ทำไมหนังมันเป็นปุ่มๆเลยวะ  
    กู .......... อ่ะ อีห่า หนาว ขนมันก็ลุกตั้งขึ้นมา มันก็ดึงหนังมึงขึ้นมาน่ะเสะ มึงจะให้มันร่วงหรอไง
    ผู้สาว ม ...... ???? กูไม่เคยรู้มาก่อนนะเนี่ย ถ้ามึงไม่บอก เออวะ
    กู .......... เอิ่ม++++++ มึงเรียนจบมาได้ไงวะ
     
    ปิดการสนทนา
    September 11

    iron girl

    ป่ะละ .... ปกติเค้ามีแต่ไอรอนแมน
    แต่นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์แต่อย่างใด
    มันคือเรื่องจริงที่ถูกสร้างขึ้น
    โดยเสด็จแม่กูล้วนๆ หึ่ยยยยย
    สืบเนื่องจากเมื่อวานที่น้ำท่วมบ้าน
    ทำความสะอาดครั้งใหญ่แล้ว
    ทำให้แม่กูอยากรู้ความคืบหน้า
    รีบไปตรวจดูจุดที่เกิดเหตุ
    พร้อมเข้ามาในบ้าน ล๊อกกลอนบานในอย่างดี
    แต่พอจะเปิดเพื่อออกไป
    ล๊อกกลอนบานนอกเท่านั้นแหละ
    ดันทำลูกกุญแจหักคาแม่กุญแจสะงั้น
    ทำไงได้ล่ะ .... เจ๊ง สิครับพี่น้อง
    ปลุกกูแต่เช้า เพื่อให้มาช่วยงัดประตูดาดฟ้าบ้านตัวเอง
    ช่วยเอาแชลงมางัดตัดแม่กุญแจ แต่ก็ไม่เป็นผล
    แถมทิ้งภาระให้กูทำต่อ อีกต่างหาก
    ทั้งเอาค้อนทุบก็แล้ว ขี่แชลงแงะแม่กุญแจ
    เหี้ย เหนื่อยสีด
    นอกจากนี้ เด็จแม่ยังมีเสียงตายสาย
    เฮ้ย มึง เอาขยะออกจากท่อระบายน้ำด้วยนะ
    น่านนนนน ป่ะละ เมื่อวานท่อน้ำตันนิ
    เลยทำให้น้ำท่วม ให้กูจัดการเร่งด่วนก่อนฝนตก
    เอาละสิ ให้ทำไง ต้องเอาค้อนมาทุบท่อน้ำบ้านตัวเอง
    กว่ามันจะแตก เป็นรูขนาดใหญ่
    ไม่พอ ต้องเอามือล้วงขยะทั้งหลายออกมา
    เหี้ยยยยยยย อีข้างบ้านตัวดี
    สิ่งที่กูค้นพบก็คือ
    ขวดน้ำพลาสติก ปลากระป๋อง ฝาเบียร์
    และอื่นๆ ที่ไม่สามารถนิยามได้
    ซึ่งถูกฝังลงไปอีก
    แสดดดดดดดดด
    หงุดหงิดๆ
    เป็นลูกผู้หญิงต้องขุดลอก
    ทุบท่อระบายน้ำ
    และตัดแม่กุญแจเหล็กเป็น
    จำไว้ให้ดี
    September 09

    WHat's da hell daysssssssssssss

    วันนี้ ว่า จะทำตัวให้เป็นคุณประโยชน์แก่วงศ์ตระกูล
    ตั้งใจเลยคร้าบบบ ต้องทำความสะอาดห้องชั้นลอย
    ห้องที่กูอุดอู้อยู่กับมันทั้งวัน
    แต่ฝุ่นหนาเป็นนิ้ววว ยุงบินให้ว่อน
    มดไต่ให้ขวั่ก ... นั่นห้องหรืออออออ อ
    เอาเลยครับ ชิล ทำความสะอาดตั้งแต่ 11 โมง
    ตื่นเช้าป่ะละ เช้ากว่าปกติ หึหึ
    บลา บลา ลัลล้า ทำไปเรื่อยๆ โอ๊ยยย เดี๋ยวก็เสร็จ
    แต่ฉไนเลย ฟ้ามันคงตกใจ
    ฝนตกเลย แสด ตกอย่างกับห่าลง
    ไอ้ห่า นี่มันหน้าตาเป็นไงฟ่ะ
    กูก็สบาย อากาศชิลๆ เย็นๆ
    ทำๆ สักพัก ไปหยิบของหน่อยดีกว่า
    ง่ะ ........
    แว๊กกกกกกกกกกกก
    บ้านน้ำท่วมครับ
    ท่วมไม่ท่วมธรรมดา
    ท่วมจากชั้นดาดฟ้า ลงมาถึงชั้น 1 บ้านกู
    แสดดดดดดดด
    ปกติเค้าท่วมจากด้านล่าง
    อันนี้น้ำไหลเอ่อ นองเป็นสายธาร
    แหม สวยงาม ... หึหึหึ
    งานเข้า
    ไล่เช็ดตั้งแต่ชั้นบนห้อง
    ทั้งหนังสือ ทั้งผ้าห่ม เสื้อผ้าประปราย
    กูอยากจะคลั่ง
    แถมต้องเสี่ยงโดนฟ้าผ่าตากฝน
    กำจัดขยะที่อุดตันท่อน้ำชั้นดาดฟ้า
    ไล่เช็ดลงมาจนถึงชั้นล่างสุด
    วันอะไรของกูวะเนี่ยยยยยย
    แค่จะทำความสะอาดห้องเนี่ย
    มันน่าตื่นเต้นมากจนบ้านน้ำท่วมเลยเรอะ
    ป้าดดด นั่นประไร
    กว่าจะได้ทำความสะอาดห้องชั้นลอยเสร็น
    ทุกอย่าง 5 ทุ่ม . . . . .
    หึหึหึหึ ยอดมาก แม่บ้านทหารเรือ
    ไอ้วันที่กูไม่อยู่บ้านน้ำเสือกไม่ท่วม
    พอกูอยู่บ้าน เสือกรู้อีกแหน่ะ
    แง่มๆๆๆๆๆๆๆๆ 
     
     
    September 07

    เค้าจะไปดู ออโรร่า อ่ะ

    กูอยากไปขั้วโลกเหนืออออออออออออออออออออออ
    ไม่ได้จะไปเป็นหมี
    แต่อยากไปสัมผัสกับ
    Aurora
    และจะไปดูพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืนล่วยยย
    อ๊าค
    อยากไป๊
    อยากไป
    อ๊าคคค
    ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ
    AURORA
    ที่เดี้ยนใฝ่ฝัน
     
     
     
    ปล ห่า รถเมล์ขึ้นราคาอีกแล้ว แสดดดดด
    September 04

    nothing

    nothing happen in Thailand
    nothing is a fair
    nothing fault
    nothing rightulness
    nothing violence
    nothing peace
    nothing good
    nothing bad
    no political
    no religion
    no socail classes
    no moral
    no rule
    nothing is real
    nothing in this world
    nothing gonna change this world
     
     
    ONLY FUCKING HUMAN
    September 01

    บ่น

    บางครั้งกูก็รู้สึกเบื่อตัวเองอย่างประหลาด....
    ไม่ใช่บางครั้ง แต่อาจจะบ่อยครั้ง
    ที่กูยังคงเป็นบัณฑิตที่จบใหม่ แต่เลื่อนลอยไปวันๆ
    ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ หลายคำถาม
    มึงไม่ทำงานหรอว่ะ
    นั่นสินะ จริงๆ กูก็อยากทำเหมือนกันแหละ
    แต่กระแดะ แรดไม่อยากทำเอง
    คงเพราะชีวิตยังไม่ต้องดิ้นรน
    เหมือนใครคนอื่นเค้า เลย แน่นิ่งเช่นนี้
    กูก็ไมได้สุขสมอารมณ์หมายกับการอยู่แบบนี้หรอกนะ
    พยายามหาเรื่องใส่ตัวไปวันๆ
    ตอนนี้ก็ดีหน่อย ที่ไปลงเรียนภาษามาแล้ว
    ไม่อยากนั่น กูคงคลั่ง
    คุณแม่ก็แอบสงสัยว่า
    อีลูก มึงจะทำเหี้ยไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือยัง
    นั่นสิ.....
    หรือ เพราะว่ากูมีห่วง-*-
    ห่วง และบ่วงกรรมที่ว่า
    อยากทำนี่ๆๆ ทำนั่นๆๆๆ  สารพัด
    สุดท้าย ไม่ได้ทำแม่งสักอย่าง
    หรือบางอย่างมันก็ไม่ได้หมายตาเลือกให้เราทำ
    นอกจากเป็นนักท่องเที่ยวแบบที่ตัวเองถนัด
    จะให้เรียนต่อปริญญาโท เรอะ
    เพื่อ..... อะไร
    จะเอนไปทางสื่อเรอะ แล้วงาย
    จะเรียน เอ็มบีเอ ที่ฮิตๆ แล้วงาย
    จะไปเรียนต่อตามสายมานุษ แล้วงายยยย
    จะเรียนเหี้ยไรก็แล้วแต่ อันนำมาซึ่งแค่ปริญญาโทใบโต
    แล้วงายยยยย
    โดยแค่คิดว่ากูต้องการมันเพื่อสมัครงานเท่านั้น
    ก็แล้วงายยยยย แค่นั้นแหละ
    มาตราฐานของหัวสมอง และความเก่งอยู่ที่ไหนวะ
    อะไรที่ใช้วัดระดับที่ว่า
    ปริญญา ประวัติการทำงาน เกรด เงิน อำนาจ???
    ประสบการณ์ แค่ไหนที่เรียกว่าประสบการณ์ 
    และประสบการณ์ชีวิต กระจ้อยๆ อย่างกู
    มันใช่ประสบการณ์ป่าวว่ะ
    กูมองว่า การทำงาน มันคือ ดวง และ โอกาส
    เกิดหน้ามึงเหี้ย บึ้งตึ้ง ส้นตีน ไม่ถูกใจเจ้าของบริษัท
    เค้าคงไม่อยากได้มึงมาเพาะพันธุ์ เติบใหญ่ในที่ทำงาน
    หลายคนว่า ไม่เลือกงานไม่อด
    ก็คงจะเป็นจริงเช่นนั้นแหละ
    น้อยคนนักที่เรียนจบมา แล้วไม่ได้ทำตามสาย
    ชีวิตนี่เนอะ ขอแค่ให้มันผ่านไปได้วันๆ
    มีให้แดก มีให้ใช้ เป็นพอ
    กูก็ไม่รุ้เหมือนกันว่า กูแพล่มเหี้ยไรของกู
    และต้องการจะสื่ออะไร
    รู้สึกมันไร้แรงบันดาลใจ
    ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน
    และโตเป็นผู้ใหญ่
    เช้าทำงาน
    กลางวันแดกข้าว
    เย็นกลับบ้าน
    บ้างอาจสังสรรค์กับเพื่อน
    บังเอิญว่าไม่มีแฟน เลยไม่มีอะไรอื่นนอกจากนี้
    มีหลายสิ่งที่อยากทำ
    นั่นแหละ บ่วงกรรม
    อนาคต เห็นอยุ่รำไร
    ทำงานฟรีแลนด์ไปวันๆ
    หรือ เรียก ง่ายๆ ว่าไม่มีงานทำ
    แต่กูก็ไม่แคร์หรอกนะ
    ว่าใครจะมองว่ายังไง กูก็ยังเป็นของกู
    และกูก็ไม่สนใจด้วยว่า
    เราจะต้องทำงานเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
    (บังเอิญมีหมาพูดมาให้รำคาญ) 
    กูยังหาเงินได้ และใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ได้อยู่บนหัวใคร
    ความตั้งใจลึกๆจริงๆ ตอนนี้ ของกู
    คือ อยาก ไปเป็นแรงงานข้ามชาติ
    ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเหี้ยไรก็ตาม
    เวริก แอน สตาร์ดี้
    โอแพร์ บ้าบอคอแตก
    คนอาจมองว่าไร้สาระ หาเรื่องเที่ยว
    กูก็แค่อยากทำอะไรหลายๆ อย่าง
    อยากเดินทาง อยากมีประสบการณ์
    อยากพบไรใหม่ๆ อยากเก็บเงิน
    อยากฝึกภาษา
    แค่อยากเปิดโลกที่ต่างไป
    แล้วค่อยกลับมามุ่งมั่นกับการทำงาน
    ที่กูจะต้องอยู่กับมันไปตลอดทั้งชีวิต
    อีกไม่นานหรอก
    อีกไม่นาน
    อีกไม่นาน
    กูจะกลับมาใช้ชีวิต
    ที่เหมือนกับคนอื่นๆ
    มนุษย์เงินเดือน หาเลี้ยงชีพ ประครองตนไปวันๆ