| zantaluzia 的个人资料Learning from the past -...照片日志列表 | 帮助 |
|
|
11月20日 ของฉัน ของคุณ หรือ ของใครโอ๊ะ ผ่านไปเดี๋ยวเดียว
ไม่ได้ขยับสเปชมาเป็นเวลาเดือนหนึ่งแล้วรึนี่
ชีวิตในทุกวันยังคงชิลๆ ไร้สาระตามประสาคนอย่างกู
แต่แล้วบางสิ่งของกูก็สะกิดต่อมเพ้อ
ความคิดอันบ้าบอไร้สาระก็วิ่งเข้ามาทักทาย
จากการพูดคุยตามบทสนทนาทั่วๆไปในวันนึง
ที่กู บังเอิ๊ญ บังเอิญ นั่งเม้าท์มอย ถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวเดินทาง
อันแสนประทับใจ ณ Chang bai shan
ทะเลสาบกลางภูเขาไฟที่แบ่งเขตจีนกับเกาหลีเหนือ
มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก......
แค่เวลาทุกครั้งที่กูพูดถึงเรื่อง Chang Bai Shan
กับเพื่อนชาวเกาหลี(ใต้) ทีไร
มักจะมีเสียงหวี่ๆคอยแทรกๆมาตลอดว่า
"Bak du..... Bak du ไม่ใช่ Chang bai shan"
เสียงแจ๋วๆ จ๋อยๆ ที่มักจะบอกว่า
ไอ้ภูเขาลูกนี้จริงๆมันชื่อ แบกตู ของเกาหลี(ใต้)
ไอ้ความรู้สึกนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่า มันก็คงเป็นฟิล
ของการหวงก้างสิ่งของหนึ่ง
ที่พอมันยิ่งใหญ่และมีค่า
คนเราก็มักจะบอกว่าเป็นของกูกันทั้งนั้น
ไม่ต่างอะไรกับ จีน ที่คิดว่าไต้หวันเป็นของตน
หรือ เขาพระวิหาร ที่จะเป็นของเขมร หรือไทย
จะอะไรก็ตาม
มันพิเศษสำหรับความรู้สึกของกูก็คือ
เมื่อพูดถึงเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลีใต้กลับบอกว่า
นั่นไม่ใช่ประเทศกู
เช่นกัน คนเกาหลีเหนือ ก็คงจะพูดว่า
เกาหลีใต้ ไม่ใช่ประเทศเดียวกับกูเช่นกัน
ภาวะความต่างทางการเมือง
ที่อย่าได้แม้แต่เหยียบ แม่จะยิงให้ไส้แตก
แม้แต่ชื่อเรียกภาษาจีน ยังต้องแบ่งเป็น สองประเทศ
ช่างประไร มึงจะเป็นประเทศเดียวกัน
หรือสองประเทศ ก็ไม่ได้หนักหัวไรกูหรอก
กูอาจจะบอกไม่ชัดเจนว่า ภูเขา Chang Bai Shan เนี่ย
มันกั้นอาณาเขตจีน กับ เกาหลีเหนือ
ในขณะที่คนเกาหลีใต้ต่างพูดว่า เหนือ กับ ใต้
กู กับ เขา ไม่เหมือนกัน
แต่ก็กลับพร้อมใจทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
Chang Bai Shan ทุกครั้งที่พูดถึง
ทั้งที่มันแบ่งอาณาเขตอยู่ทาง เกาหลีเหนือ
สรุปว่า...... ไอ้ที่พยายามแบ่งแยกความเป็นชาติอย่างชัดเจน
กูไม่ใช่มึง และมึงก็ไม่ใช่กู
แม้จะถือว่าได้แตกหน่อมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ก็คงไม่ยอมรับซึ่งกัน
แต่พอมีสมบัติส่วนกลาง อันน่าตื่นเต้น
อยู่ๆ ก็อยากกลายเป็นพวกเดียวกันสะงั้น
เอวัง มนุษย์เรานี่หนา ที่น่าแปลก
แบ่งเขา แบ่งเรา
แต่ผลประโยชน์ ต้องเป็นของกู
สุดท้ายแล้ว ใครคนกำหนดกันว่า
นี่คือของมึง
นอกจากตัวกูเองนี่แหละที่บอก !!
ว่าแต่กูเป็นอะไรนิ
ครึ้มอะไร มาเขียน เอ้อ....
10月16日 สัด จะ ทำวัยรุ่น มีเวลา มีกำลัง แต่ไม่มีเงิน วัยทำงาน มีกำลัง มีเงิน แต่ไม่มีเวลา วัยทอง มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีกำลัง แหง่กกกกกกกกกกกก สาดดดด จะ ทำ 10月5日 สิบวัน เจ็ดเมือง กับ อีสานจีน เพิ่งกลับมาจากการเดินทางแบบยังเปียกๆ (หมาดๆ) อารมณ์แบกแพคกระเป๋าใบน้อยไป เสื้อผ้าหกตัว กับกางเกงสองตัว(รวมที่ใส่) เป้าหมายหลักคือ JI'AN and CHANGBAISHAN ที่เหลือ แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งไปล่ะกัน ทริปเิกิดขึ้นอยู่รวดเร็ว ภายใต้การตัดสินใจ เสี้ยวนาที ที่นังน๊อตมันถามกูว่า "เฮ้ยไป CHANGBAISHAN ป่าว" ไอ้กูก็ใจง่ายไปกับมันสะงั้น แล้วก็รวมพลพรรคมาได้ทั้งหมด หกคน เจ็ดเมืองที่่ว่า รวมถึงเืมืองที่ไปพักต่อรถด้วยล่ะกัน กล่าวแบบคร่าวๆ สรุปๆ เลยละกัน วันแรก..... SHENYANG นั่งรถไฟมาถึงรอบเย็น ปัญหามากมายเนื่องจากนังหนึ่งไมไ่ด้เอาพาสปอร์ตไป นอนพักอาศัยไมไ่ด้ครับ ห่านจิก มันกับน๊อตเลยนั่งหลับที่หน้าฟร้อนแทน วันสอง.... ยังคงอยู่ที่SHENYANG เที่ยวกู้กง ซึ่งกู้อะไรมาบ้างก็ดีนะ เก่า พุพัง ไร้การบูรณะใดๆ ทั้งสิ้น ห้าสิบหยวนของกู.... และก็เที่ยวเมืองรอบๆ จุดหมายยังไม่ใช่ที่นี่ฮ่ะ วันที่สาม....นั่งรถไฟมาต่อที่ TONGHUA มุ่งสู่ JI'AN """ เมืองที่กูอยากจะมาแต่เทอมที่แล้ว ตั้งใจมาดูอารยธรรม โคคูเรียว เลยนะนี่ บอกได้สั้นๆว่า กูชอบ++ เอาไปเลย ห้ากระโหลก เมืองมันไม่ใช่แค่เมืองอารยธรรมที่ติดริมแม่น้ำที่คั่นระหว่างเกาหลีเหนือ แต่ความเป็นธรรมชาติมันยังสมบูรณ์ เมืองเล็กๆ สะอาด อบอุ่น บรรยากาศดี ลักษณะความเป็นเมืองที่ดูดีกว่าเมืองใหญ่ๆในหลายแห่ง วันที่สี่ ..... ยังคงอยู่ที่นี่ เที่ยว อุทยาน WU NV FENG หรือ ยอดเขาตะละแม่สาวงามทั้งห้า เที่ยวเสร็จก็จับรถไป TONGHUA อีกรอบ มุ่งสู่ BAIHE วันที่ห้า.... ถึงแล้วฮ่ะ BAIHE เมืองแห่งเต่าทอง อากาศหนาวดีจริงวุ้ย หาที่พักเสร็จ จับรถรอบเช้า เที่ยวโลดดดดดด เทือกเขา น้ำตก บ่อน้ำ ป่าไม้ อะไรก็ว่าไป แน่นอน... CHANGBAISHAN สวยสมคำร่ำลือ.... เอาไปเลย สี่กระโหลกครึ่ง บวกกับครึ่งกระโหลกในการนั่งรถโฟวิว อย่างเร้าใจ นั่งไป นึกว่า แสดงหนังโตเกียวดริป ถือว่าคุ้ม จ่ายค่ารถขึ้นเขา แถมได้เที่ยวสนุกไปในตัว แหม๋... จุดพีคแล้วมั้งที่นี่ วันที่หก.... ยังอยู่ที่เดิม เพราะมีน้องนางต้องการพัก วันนี้ถือว่าชิลๆ เดินเล่นในเมือง และเที่ยวสวนสาธารณะของที่นี่สะหน่อย (เมืองนี้เต่าทองเยอะสัด จากน่ารักเป็นน่ากลัว) สวนสาธารณะที่นี่ น่ารักดี มีงานศิลปะกลางแจ้งตามจุดต่างๆ บวกกับบรรยากาศผืนน้ำที่สะท้อนกับต้นไม้ที่เปลี่ยนสี โฮก..... ไอ้ที่ฮาก็คือ เดินเล่นอยู่ในสวน แล้วเสือกไปหยุดพักที่นึง บริเวณนั้นจะมีตึกห่าไรกูก็ไม่รู้หรอก รู้แค่ว่าพวกกูจะถ่ายรูปเขื่อนน้อยๆ แล้วคนจีนก็เดินมาหากูถามว่า "ฟังภาษาจีนออกไหม" "ออก" "อืม..ทางนั้นเป็นประตูให้เดินออกไป เพราะว่าตรงนี้มีคนป่วยเป็นไข้หวัดหมู" "....." เอ่อ จ้ำเลยสิฮะ พี่น้อง สรุปว่าไอ้ตึกนั่น มันคงประมาณสำหรับรักษาผู้ป่วยมั้ง กูก็ไม่แน่ใจ รู้แค่ว่า หลิวก่านๆ อยู่ที่นี่ หงึกๆๆๆๆ วันที่เจ็ด.... จุดมุ่งหมายของเราหมดไปแล้ว กลายเป็นหกพเนจรเร่ร่อนไม่รู้จะไปจอดที่ไหนดี ครั้นจะกลับเลย ก็ไม่ใช่ตัวตนของดาววววว สรุปจิ้มเมืองเอาล่ะกันว่ะ กูอยากไปเมืองริมแม่น้ำนี่แหละ หวังเต็มที่พักผ่อนหย่อนใจ TUMEN ตัวเลือกที่ต้องการ โลนลี่แพลนเน็ตบอกมาว่า เป็นเมืองที่ติดกับสามประเทศ รัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ แหม ฟังดูดี อารมณ์สามเหลี่ยมทองคำบ้านเรา เอาเลยครับ นั่งรถไปสี่ชั่วโมง พอมาถึง .... นึกว่าเมืองนี้โดนห่า โรคระบาดลงตายกันหมด เงียบฉิบหาย แมลงวันบินยังไม่มี ... .... โดนแท๊กซี่พยายามโกง แดกข้าว เมนูแนะนำที่ทำเอาอึ้ง แถมไม่ใช่เป็นเมืองที่มองเห็นสามประเทศอย่างที่ว่ากัน มันต้องไปอีกเมืองหนึ่ง เฟร้ยยยยยยย HUNCHUN เมืองนี้ต่างหากกกก ไ้อ้โลลี่แพลนเน็ต เอาละฮ่ะ วาดฝันอย่างสวยงาม HUNCHUN เมืองริมแม่น้ำ ตามแบบ JI'AN น่ารัก อบอุ่น ไม่รอช้า ขึ้นรถไปอีกหนึ่งชั่วโมง พอมาถึง...... เอิ่ม........ ขนาดนั้นรถเมล์ทัวร์แล้ว ทั้งเมืองไม่มีเหี่ยนอะไรเลย มีแต่แซ้บบบ ล้างตีนที่อ่างน้ำ แถมจะไปดูไอ้ที่กล่าวขานถึงต้องเสียเงินอีกประมาน สามร้อยหยวน ถึงดูไป จะมีรัสเซียมาล่าหมี และแดจังกึมมาทำอาหารใ้ห้เห็นไหม ว่านี่แหละ ประเทศรัสเซีย และ เกาหลีแล้ว พวกกูเลยได้ข้อสรุปว่า อย่าไปเลยล่ะกัน แม้แต่คนพื้นที่เองยังบอกเลยว่า ไม่สวย ไม่น่าดู ไม่แนะนำ หือออออ แต่น่าแปลกฮ่ะ เมืองนี้ คาราโอเกะเยอะมาก เดินไปห้องสองห้องก็คาราโอเกะ กับ โต๊ะพลู เปิดกันพรึบพรับ เดี๋ยวหาสิ่งที่พิเศษของที่นี่สะหน่อย ...อ่าฮ้า ... เป็นเมืองที่มีป้ายทางการ ร้านค้าทุกร้าน มีสามภาษา จีน เกาหลี รัสเซีย แหม่ะ พิเศษกว่าที่อื่นเลยนะเนี่ย แุถมร้านเน็ตไฮโซ เร็วด้วย วันที่แปด.... ไม่รอช้า อพยพด่วนนนนน CHANGCHUN เมืองหลวง ของJILIN ทำทางเชื่อมระหว่างเมืองได้โคตรสวย บวกกับบรรยากาศสุดๆ ท้องฟ้าแจ่มใส เมฆลอยต่ำ อย่างกับภาพวาด มาถึงปุ๊บ ก็เมืองอ่ะ ไม่รู้จะอธิบายไรได้มากกว่านี้ หาที่พัก อยู่แนวมาเฟียฮ่องกง .....เน้นหาของแดก ว่าแต่ที่นี่ไม่มีแมคฟ่ะ วันที่เก้า ....ตามคำแนะนำมาที่นี่ต้องไปที่เด็ดๆ คือบ้านของ PUYI รายละเอียด เขียนคงยาว เอาเป็นว่า ได้สี่เอ คุ้มกับเงินที่เสีย ดูแล้ว อยากไปหาประวัติศาสตร์ในยุคนั้นมาอ่านทำความเข้าใจใหม่ ต่อด้วยตามหา CHANG JING SHI JI CHENG แต่..... ไกลฉิบหาย เวลาไม่ัทันแล้ว เลยต้องถอยยยทัพ กลับที่ัพักหาไรแดก และแยกย้ายกลับได้แล้ววุ้ยยยย ก่อนที่กางเกงในจะเน่าไปกว่านี้ วันที่สิบ.....ถึงล่ะฮ่ะ DALIAN เวลางาม ตี4.44 โหหหหหห นี่ขนาดเขียนสรุป ยาวฉิบหาย และแล้วการเดินทางเกือบสิบวันของเราก็สิ้นสุดลง ไม่ถึงกับลำบาก ไม่ดิ ไม่ลำบากเลยมากกว่า อาจจะเน่าไม่ได้อาบน้ำ ผดผื่นขึ้นไปบ้าง สิวขึ้นเล็กน้อย เสื้อผ้าต้องใส่ซ้ำ กางเกงในกลับด้านไปมาบ้าง หรือต้องเยี่ยวร่วมห้องกับเพื่อนจีนมากหน้า บางครั้งจำต้องขึ้นไปขี้ที่สูงซึ่งเห็นขี้ของใครๆมามาย เอาว่ะ แต่อย่างน้อยขี้ของกูก็ได้อยู่บนยอดละว่ะ แต่กูก็โอเคสำหรับทุกอย่าง แลกกับประสบการณ์ การเดินทางเจ็ดเมือง กับ(ไม่)สิบวัน(ดี) ขรุขระไปนิด โดนหลอกอีกหน่อย แต่ได้เห็นอะไรมากขึ้น นี่แหละ "การเดินทาง" 9月19日 งานเลี้ยงุเปิดเทอมสองมาได้สองอาทิตย์แล้ว ชีวิตอาจจะยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปไหน ตื่น.... เรียน.... ออกกำลังกาย... นอน... แดก แ้ล้วก็หมดไปอีกวันหนึ่ง ชีวิตที่เดินไปอย่างจำเจ ตามเวลาที่หมุนเวียนในแ่ต่ละัวัน แม้ว่าเวลามันจะเหมือนเดิมๆ ทุกวัน แต่ยังไม่เคยมีวันไหนเลย ที่น่าเบื่อหน่าย คงเพราะมี......เพื่อน ......ละมั้ง ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพกลางวงเหล้า ที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่ ตามแบบทุติยภูมิ หรือ มิตรภาพเดิมๆที่กำลังขยายตัวมากขึ้นในทุกๆวัน หลายต่อหลายครั้งที่กูเขียนเรื่องเพื่อนไม่จบไม่สิ้น ย้อนกลับไปดู เรื่องราวเก่าๆ กูก็ยังคงเขียนถึงเรื่องเพื่อน(เมื่อไรจะมีเขียนเรื่องแฟน) นับวันที่อยู่ที่นี่เริ่มผูกพันธ์กับใครหลายๆคนมากขึ้น จนไม่อยากจะคิดเลยว่าวันที่งานเลี้ยงเลิกราเป็นยังไง งานเลี้ยงที่ต่างต้องแยกย้ายไปอยู่โลกใบเดิมของตน งานเลี้ยงที่ไม่ได้พบกันได้ใหม่ทุกวันศุกร์ ว่าไปแล้ว พิมพ์ไป ภาพความสนุกที่เคยร่วมกันก็ผ่านเข้ามาในคำนึง นึกถึงกี่ครั้งก็ได้แต่รู้สึกดี และยิ้มให้กับวันเก่าๆ ... ....... ถ้า ณ วันหนึ่งงานเลี้ยงเลิกรามาถึง ต่างคนต่างแยกย้ายออกไป ความรู้สึก อาจจะเสียดาย ยังอาลัยอาวรณ์ อาจจะยังคิดถึง และไม่อยากให้มันจบ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเวลาก็ผ่านไป จนเหลือเป็นความทรงจำบางๆ แต่ก็คงอีกไม่นานหรอก ที่ความทรงจำเหล่านี้จะถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง ในงานเลี้ยงรุ่นวันใดวันหนึ่งข้างหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะของมิตรภาพเก่าๆ ที่อบอวลอยู่ในห้วงเวลาของกันและกัน อีกครั้ง 7月7日 yi lu ping an
วันนี้เพื่อนเดฟตัวโย่งของกูได้กลับสู่มาตุภูมิของเค้าเสียแล้น เมื่อวานเป็นอะไรบ้าบอคอแตกและนอยกันเล็กน้อย..... ตอนกลางวันตามหาของฝากเป็นเพื่อนเดฟ ตกเย็นก็ไปแดกเนื้อย่าง ต่อด้วยเลี่ยนอ้ายบาร์ ที่เหมือนเป็นวันรวมญาติคนไทยยังไงก็ไม่รู้สินะ จากเลี่ยนอ้ายบาร์ก็ไปต่อกันที่ริมหาด จับคนโยนลงน้ำ มิสเตอร์จาง ตามด้วยจู้เปิ่นที่กูวางแผนกับมันจะโยนคนอื่นคงน้ำ แล้วโดนกูดัดหลังกลายเป็นมันแทน ตามด้วยซูยองน้องเล็กสุด ที่เหลือไปไฟล์บังคับให้ลงน้ำไป... .บ้าจริงๆ กูเองก็อยากลงกับเค้าบ้าง ถ้าไม่ติดว่ามียกทรง เกงใน ที่มันเกาะติดตัว คงได้ลงน้ำ ลัลลาโชว์ประทุมถันโดยที่ไม่รู้สึกอาย แบบผู้ชายเค้า กูรู้สึกช้อบชอบไอ้จู้เปิ่นวะ มันเป็นคนที่ใจกับเพื่อนมากๆ รู้สึกว่าคุยกับมันแล้วสนุกดี มีคำประโยคนึงที่กูฟังจากปากมันตอนอยู่ริมน้ำ แล้วทำให้กูรู้สึกซึ้งไม่น้อย “อย่าลืมวันนี้ ...... จดจำวันนี้เอาไว้” กูไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับคำๆนี้ แต่สำหรับกู มันเป็นประโยคที่มีความหมายมากๆ อย่าลืมช่วงเวลาที่เราสนุก และอยู่ด้วยกันมา รักแม่งจริงๆ แถมตอนเช้ายังรีบตื่นไปส่งเพื่อนเดฟที่สนามบินอีก เจอมิสะแค่แว๊บเดียวเองเพราะรีบวิ่งเข้าเกท ได้กอดกันแค่แว๊บๆ ดีนะที่เจ๊แกยังออกมาหาพวกเราอยู่ แล้วก็นั่งรอเพื่อนเดฟเข้าเกท .......... ก่อนจะจากกันไป ก็กอดกันไปคนละที นมแทบย้อนศรจะหายเข้าไปในตัว รู้แค่ว่ามันกอดกูแน่นมาก แต่น่าแปลก ที่กูไม่รู้สึกใจหายเลยแม้แต่น้อยกับการจากลาของมัน ทำไมล่ะ ... หรือเพราะคิดว่าคงได้เจอกันอีกแน่นอนมั้ง แม้มันจะเป็นคำพูดลอยๆของฝรั่งหัวหยิกคนหนึ่งว่า อีกหกปีเราจะมาเจอกันที่ไทยก็ตาม .... เทอมหนึ่งจบไปแล้ว เทอมหน้าไม่รู้ว่าจะเจอเรื่องร้าย เรื่องดี หรือมีเพื่อนใหม่คนไหน แต่คงมีเรื่องดีๆอีกมากมายที่รอกูอยู่แน่นอน ...... หลังจากนั้นก็คงถึงเวลาที่กูเองต้องเป็นฝ่ายจากลา ณ แห่งนี้ เทอมหนึ่งได้ผ่านไปแล้ว ช่วงเวลาที่โชคชะตามาทำให้เราได้พบเจอกันกับคนอีกมากมาย ต่างที่ ต่างเวลา แต่มาเจอกัน ณ ตรงองศาโลกแห่งเดียวกันที่ชื่อว่า “ต้าเหลียน” ขอให้ผู้ที่เดินทางจงโชคดี กลับสู่เส้นทางเดินที่เค้าได้จากมา ส่วนกู คงดำเนินชีวิตของกูต่อไป ตามเส้นรุ้งแวง ทะแยงมุม พร้อมกับการเดินทางครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น 6月19日 อะไร ยังไงหมอก หรือ ควัน
ฝุ่น หรือ ดิน
ลองกอง หรือ ลังสาด
กวาง หรือ เก้ง
ลา หรือ ลอก
เต่า หรือ ตะพาบ
หมาป่า หรือ หมาใน
กระรอก หรือ กระแต
บางสิ่งบางอย่าง
มันก็อาจจะดูคล้ายกัน
จนทำให้เราสับสน
หลงเข้าใจผิดอยู่นานสองนาน
จึงต้องมาถามกับตัวเองว่า
มัน อะไร ยังไง
กันแน่.... นะ
.
.
.
วิเคราะห์ กันต่อไป |
|||
|
|